Ai_Gung's profileน้ำตกแม่กลอง กับคลองทวี....PhotosBlogListsMore Tools Help

Ai_Gung GA

Windows Media Player

น้ำตกแม่กลอง กับคลองทวี...

เรื่องราวดี ๆ ที่ยิ้มกันได้แบบไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาวววว.....

::แด่ผู้มาเยือน ทุกท่านเจ้าค่ะ::

แบบว่าน้ำท่าในตุ่มของฉัน มันระเหยไปหมดและ บวกกับไม่ได้ฟังเพลงใหม่ ๆ ซักเท่าไหร่
แต่ก็มีเวลาอัพ blog เล็ก ๆ น้อย ๆ เวลาเจออะไรสะกิตใจ สะกิตมุมปาก
พอมานั่งดูๆ เออ เยอะเหมือนกันแฮะ เลยเอามาให้โหลดแทนน้ำท่า โอ่งเก่า
ก็ถือว่า เป็นการต้อนรับ ด้วยอะไรที่เคยผ่าน ๆ มาใน blog เป็นน้ำย่อย
ก่อนลงไปอ่านอะไรไร้สาระ ของข้าพเจ้าและกันนะ

ขอขอบคุณผู้มาเยือนทุกท่าน และ ขอบคุณมากมายสำหรับเพื่อน ๆ ที่แวะ comment ให้ไม่เหงาจนเกินไป

รักเรา รักโลก รักพ่อ พอเพียง ... โย่
Me
28 April

Reply ... จากผู้ชายดี ๆ

ผมกำลังจะแต่งงาน แต่ ..... จ้าวสาวของผม .... ดัน

ผมกับแฟนคบกันมาเกือบๆ 3 ปีแล้วเรากำลังจะแต่งงานกัน
ก่อนหน้านั้นผมก็รู้ว่าแฟนผมเคยมีแฟนมาแล้ว 2 คน แต่ผมก็ไม่คิดอะไรมาก

จนวันหนึ่งมีคนรู้จักมาพูดคุยกันในวงเหล้าว่า รู้จักแฟนผม แล้วก็รู้จักอดีตแฟนผม (คนนี้ไม่รู้ว่าผมเป็นแฟนผู้หญิงที่เขารู้จัก)
เมื่อก่อนชอบมาที่คอนโดเค้าบ่อยๆ เพราะเขาฝากคอนโดให้เพื่อนดูแลตอนทำงาน ตจว
เวลากลับมาก็เจอเพื่อนและผู้หญิงคนนี้บ่อยๆมานอนด้วยกัน ผมฟังแล้วรู้สึกหัวใจมันสลายตัวชาไร้ความรู้สึกไปหมด
จากที่ไม่เคยคิดก็คิดถึงว่าแฟนเรามีอะไรกับคนอื่นมาก่อนและมีบ่อยจนแทบจะเรียกได้ว่าสึกหรอ
แล้วผมต้องทำงานหาสินสอดเพื่อไปขอหญิงคนหนึ่งที่พูดได้ว่าเคยมีสามีมาแล้วงั้นเหรอ
แต่ผมรักเธอทำยังไงดี ผมกลับไปถามแฟนถึงเรื่องนี้เธอก็อ้ำอึ้งและยอมรับมัน
แถมบอกว่ายอมรับว่าเคยมีอะไรกับแฟนคนแรกและคนที่สองด้วยซ้ำแต่มันเป็นความเต็มใจของเธอเองตอนนั้น
แต่ตอนนี้เธอเสียใจเพราะตั้งแต่คบกันมาผมไม่เคยล่วงเกินเธอเลย

ผมจะทำไงดี ผมจะแต่งกับเธออยู่หรือเปล่าว มันติดตรึงในความคิดผมมากจนไม่อาจทำใจได้จริงๆ
ยิ่งคิดว่าเวลาเธอมีอะไรกับคนอื่นเธอคงทำอะไรบางอย่างแบบนั้นผมแทบจะบ้าตาย ใครก็ได้ช่วยผมที
________________________________ โดย : ว่าที่จ้าวบ่าวมือใหม่ (Guest !)

 ________________________________ความคิดเห็นที่ 30
เจ้าของกระทู้กรุณาอ่านความเห็นของผมให้จบ ก่อนตัดสินใจ
ผมในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี เพราะความรู้สึกแบบนี้ มันเคยเกิดขึ้นกับผมมาแล้ว
ผมไม่ได้คาดหวังว่า คุณจะต้องผ่านมันไปให้ได้ และผมไม่ได้คาดหวังว่า คุณจะต้องเลือกทางเดินเหมือนผม
แต่ผมอยากให้คุณใช้ ความคิด มากกว่า ความเครียด....

ถ้าคุณตัดสินใจคบเธอต่อ และแต่งงานในที่สุด
ในสายตาของผู้ชายส่วนใหญ่ จะมองว่า คุณคือ คนโง่ คุณคือ ไอ้งั่ง
หรือแม้แต่ความคิดของคุณเองก็เถอะ คุณก็จะคิดว่า คุณทำงานหนัก ทำทุกอย่าง เก็บเงิน เพื่อไปขอเธอแต่งงาน
ทั้งเหนื่อย ทั้งลำบาก เพื่อที่จะได้ ฟันเธอ อย่างถูกต้องตามประเพณี

แต่แล้ว ก็มีผู้ชายคนหนึ่ง หรืออีกหลายคน งานก็ไม่ต้องทำ เหนื่อยก็ไม่ต้องเหนื่อย เงินก็ไม่ต้องเก็บ แต่ได้ฟันเธอ ไปฟรี ๆ
คุณก็จะคิดว่า คุณจะทนเหนื่อยทำไม ในเมื่อคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เขาก็ได้ทำอะไรแฟนคุณไปหมดทุกอย่างแล้ว
ในความคิดของคุณก็มัวแต่คิดและจินตนาการไปว่า แฟนคุณคงทำอะไรกับแฟนเก่า ท่านั้น ท่านี้
คงร้องครางอย่างมีความสุข และทำกันบ่อย ๆ ทุกวัน วันละหลายรอบ กอดจูบกัน สารพัด... ฯลฯ

แน่นอนล่ะ ความคิดเหล่านี้ ผมก็เคยวนเวียนอยู่กับมัน พักใหญ่ ๆ
ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ผิดหวัง ท้อแท้ มันก็เคยเกิดขึ้นกับผมเช่นกัน
ผมไม่ได้ห้ามไม่ให้คุณคิดถึงสิ่งเหล่านี้ เพราะมันห้ามไม่ได้อยู่แล้ว
ในฐานะผู้ชาย ที่เรื่องของศักดิ์ศรี ต้องมาเป็นที่หนึ่ง
การที่เราต้องมาเป็นที่สอง ที่สาม ไม่ต้องให้มากกว่านี้
เอาเป็นว่า ถ้าไม่ได้ที่หนึ่ง หรือเป็นคนแรก นอกนั้น จะที่เท่าไหร่ ก็ไม่ต้องการ

ผู้ชายบางคน หลอกฟันผู้หญิงไปเรื่อย หลอกเปิดบริสุทธิ์ไปเรื่อย และเก็บเป็นความภาคภูมิใจ
เอาไว้คุยทับถมกันในวงเหล้า ว่ากรูคือผู้ยิ่งใหญ่ กรูคือผู้มีความสามารถ กรูคือชายเหนือชาย
ในมุมมองของผม ผู้ชายที่คิดแบบนี้ เขาไม่เรียกผู้ชายหรอก
เขาเรียกแค่เพศผู้ ที่มีอวัยวะเพศชี้ไปข้างหน้า เมื่อมีความต้องการเท่านั้น
และบาปกรรมที่เขาได้กระทำกับผู้หญิงเอาไว้ คงจะตามสนองเขาไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า

ผมอยากถามคุณว่า คุณอยากแต่งงานกับเธอ ด้วยเหตุผลอะไร
อยากแต่ง เพราะเธอเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ หรืออยากแต่ง เพราะเธอเป็นคนดีและอยู่กับคุณได้
ถ้าอยากแต่งเพราะเธอเป็นสาวบริสุทธิ์ หลังจากจบพิธีงานแต่งแล้ว ก็เก็บเอาเธอไว้บนหิ้ง
ไม่ต้องไปทำอะไรเธอ เพราะว่า ถ้าทำแล้ว เธอจะกลายเป็นคนไม่บริสุทธิ์ทันที

คนเราเกิดมา ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน หญิงหรือชาย ไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้าได้หรอกว่า
ใครคือคู่แท้ที่จะอยู่กับเรา ถ้าเราสามารถรู้ล่วงหน้าได้ เราก็คงเก็บเอาความบริสุทธิ์ไว้ให้คู่ของเรา
แต่ในโลกของความเป็นจริง เราไม่สามารถรู้ได้เลย....
คนที่เรากำลังคบอยู่ตอนนี้ ณ เวลานี้ เราอาจบอกว่า คนนี้แหละคือคนที่จะอยู่กับเรา
เราจึงยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อเขา ยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา...
แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง มันกลับไม่ใช่ขึ้นมา และต้องเลิกลากันไป
ถามว่า ใครเป็นคนผิดหรือ หญิงหรือชายล่ะ ที่เป็นคนผิด
ผู้หญิงถูกประณาม แต่ผู้ชาย กับถูกยกย่องว่าสามารถเปิดบริสุทธิ์ได้

แล้วทำไมเราต้องไปโทษฝ่ายหญิงว่า เธอนั่นแหละ คือคนผิด ผู้หญิงที่พลาดพลั้งมา เธอคือคนผิดหรือ
เธอคือคนไม่ดีอย่างนั้นหรือ เธอต้องถูกประณามหยามเหยียดอย่างนั้นหรือ
เธอต้องไม่สามารถคบผู้ชายคนไหนได้อีกต่อไปงั้นหรือ
ถ้าเป็นอย่างนั้น ผู้หญิงทั้งโลกนี้ คงตายไปกว่าครึ่ง ด้วยความผิดที่ว่ามาข้างต้น

ผมรักแฟนของผมมาก และเธอก็รักผมมากเช่นกัน
แฟนผมเสียตัวตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมปีที่ 5
เธออยู่กับแฟนเก่าในบ้านโดยไม่ได้แต่งงาน ถึง 7 ปีกว่า ๆ
เคยท้อง และเคยทำแท้งมาแล้ว.....

หลายคนมองว่า ผมคือผู้ชายที่โง่ที่สุดในโลก ที่เลือกเธอ
แต่ผมกลับมองว่า ผมเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก ที่ได้อยู่กับเธอ
อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้ว อนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
และปัจจุบันคือวันนี้ วันที่เรากำลังหายใจอยู่ตอนนี้
ผมไม่สามารถบอกได้ว่า ผมจะรักเธอตลอดไป เพราะมันเป็นอนาคต
แต่ผมสามารถบอกได้ว่า ผมรักเธอวันนี้ ตอนนี้ และเวลานี้....

คุณเจ้าของกระทู้ครับ การให้อภัย ถือว่า เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่
มนุษย์ทุกคน ต้องการได้รับการให้อภัยจากคนอื่นเสมอ
แต่จะมีมนุษย์สักกี่คน ที่หยิบยื่นคำว่า ให้อภัย แก่คนอื่น
มีใครอยากจะทำผิดพลาดมั้ย ไม่มีหรอกครับ คุณก็เช่นกัน
ทำไมคุณไม่นึกถึงจุดนี้บ้างล่ะ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ไปสำส่อนอะไร เธอก็ไม่ใช่โสเภณีที่ซ่องไหน
ถึงแม้เธอจะเป็นโสเภณี แต่ถ้าเธอเป็นคนดีของสังคม จะเป็นภรรยา และแม่ที่ดีของลูก ถึงแม้จะต้องเสียค่าสินสอดเพื่อแต่งงานด้วย
ผมว่า มันก็ยังคุ้มค่ากว่า ที่ไปแต่งงานกับสาวบริสุทธิ์ แต่สุดท้ายก็ไปด้วยกันไม่ได้ ต้องมาจบด้วยการหย่าร้างกันไป

คุณเลิกความคิดที่ว่า ไม่ใช่คนแรกของเธอแล้ว จะต้องเสียหน้า เสียศักดิ์ศรี
ต้องมาล้างจาน รับเศษเดน อย่างที่เขาว่ากัน คนที่พูดแบบนี้ คือเพศผู้ที่เห็นแก่ตัวบนโลกนี้....
คือชายหนุ่มวัยรุ่น ผู้ที่ยังไม่มีความคิด และมองโลกในมุมมองที่แคบ
เพราะถ้าเป็นลูกผู้ชายแล้ว เขาจะไม่มีวันคิดแบบนี้แน่นอน

ถ้าทุกคนสามารถย้อนกลับไปแก้ไขในอดีตอันเลวร้ายได้ โลกใบนี้ คงมีแต่ความสงบสุข
และคุณก็คงไม่ต้องมานั่งตั้งกระทู้ถามแบบนี้แน่นอน ทุกอย่าง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
มองให้เป็นสัจธรรมของชีวิต คุณก็จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ อย่างมีความสุข

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สามารถเป็นชายคนแรกของเธอได้ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนดีที่หนึ่งของเธอ
แต่คุณก็สามารถเป็นคนดีที่สุดสำหรับเธอได้ ไม่ใช่หรือ....
ใช้เหตุ และ ผล ในการตัดสินใจ อย่าใช้ความคิด อคติ อย่างผู้ชายทั่วไป
คุณอยากเป็นแค่คำว่า ผู้ชาย หรืออยากเป็น ลูกผู้ชาย คุณเลือกเองได้.... โชคดีครับ

จะมีอีกมั้ยหนอ ผู้ชายแบบนี้เนี้ย ...
Forwarding Mail from P-Thing My best friend...

24 April

หลับ - Fucking Hero Feat. POP

 
...กาลครั้งนึงนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงน้อยแสนซุกซนอยู่องค์หนึ่ง
วันนึงเจ้าหญิงแอบไปวิ่งเล่นในสวนต้องห้ามและแอบเด็ดผลแอปเปิ้ลในสวนมากิน
ทันใดนั้นเจ้าหญิงก็ล้มลง แล้วหลับไป ทุกคนช่วยกันปลุกเจ้าหญิง แต่เจ้าหญิง ก็ยังไม่ยอมตื่น


* ไหว้องค์พระปฏิมาแกะสลัก ประกายเมตตาธรรมแจ่มพระพักตร์ พระดำรัส ทรงโปรดเวนัยสัตว์
เวียนว่าย ตาย เกิด ก็คือสัตว์ จวัจนะท่านว่าดูเอาเองเถอะนะเหล่าพุทธบริษัท
กิเลสเริ่มจับตัวกันเป็นก้อนตั้งแต่เราเริ่มแยกแยะได้ว่าอันไหนกลิ่นโกโก้ กลิ่นเมนทอล
มองทารกดื่มนมที่แม่ป้อนไม่กี่สิบปี บุรุษ สตรี ต้องเข้าพิธีศพ เพราะคงต้อง
ถึงวันที่บ้านเป็นห้างฯ หรือขายของชำ เป็นนายเหนือหัว เป็นจอมราชันย์ นักโทษถูกจองจำ
สิ่งหนึ่งที่เท่า ๆ กัน คือพอเกิดมาต้องมีสังขาร ต้องการอาหาร ต้องการที่อยู่เป็นสสาร
วนเวียนในวัฏฏะสังสาร หรือจักรวาลที่มีมิติกว้างใหญ่ไพศาล ความจริงของสัตว์โลกทั้งสามข้อ
อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา ถามหลวงพ่อว่ามีทางใดที่ฉันจะหลบหนีไม่ยอมทำตามระบบ
เกิด แก่ เจ็บ ตายที่น่าตลก ขำกลิ้ง 5 ตลบ ท่านยกนิ้วชี้กระจก ดูก่อนประสบ
เห็นหรือไม่ว่าเงาที่ปรากฏมันทำตามเราขยับทุกประการ
ฉันใดอายุอานามย่อมทำตามกฏแห่งกรรมที่กระทำ
วันใดไม่มีเงาในลำธาร เมื่อข้ามวัฏสังสารถึงนิพพาน เมื่อนั้นจะหยุดชั่วกาลนาน


~ อย่ากลัวไปเลยยังไงเราก็ต้องเจอ เรื่องธรรมดา ก็เหมือนพักผ่อน ก็เหมือนหลับตา
ก็คงไม่มีอะไรจะยากเกินกว่าแค่ยอมรับมัน ~


** สิ่งเล็ก ๆ ไล่ไปใหญ่ สิ่งใหญ่ ๆ หรือจะเล็ก เริ่มมีความอยากเท่าขี้เล็บ
ไม่นานคงทะเล็ด ทะลัก โลภ โกรธ รัก หลง เปิดใจรับพลพรรคหลง สละเพศฆราวาสเป็นพระสงฆ์
มองเงินทองที่สะสม ชื่อเสียงที่สั่งสม บารมีคนแซ่ซ้องสรรเสริญน่าสับสน
สิ่งไหนคือสัตว์ชั้นสูง คน นก หมา หรือหมู ล้วนแตกดับไปกับดินตอนดับสูญ น่าอดสูสู่สุสาน
ที่นอนผืนใหญ่ ๆ นอนเอาแรงกันสักแป็บแล้วก็ตื่นขึ้นมาใหม่ โลกหลังความตาย
ไม่เคยจะมีอะไรในกอไผ่ หลับร่วมอโศกขัย หลับไปไม่นานก็ตื่นมาหลงใหล


~ อย่ากลัวไปเลยยังไงเราก็ต้องเจอ เรื่องธรรมดา ก็เหมือนพักผ่อน ก็เหมือนหลับตา
ก็คงไม่มีอะไรจะยากเกินกว่าแค่ยอมรับมัน ~


...จนกระทั่งวันนึง เจ้าชายที่แอบหลงรักเจ้าหญิงมานานก็เข้าไปจุมพิศเจ้าหญิง
ทันใดนั้นเจ้าหญิงก็ลืมตาตื่นขึ้น แต่พอเจ้าหญิงตื่นก็เกิดหิว แล้วก็ไปเด็ดแอบเปิ้ลมากินอีก
แล้วเจ้าหญิงก็ล้มลงแล้วหลับไป โถ่!! ก็มันหิวนินา จบแล้วววว...

 

ใครว่า Hip Hop ไร้สาระ ข้าน้อยขอนำเสนอ
แบบว่า ชอบวงนี้อยู่แล้ว ก็เลยชอบเพลงนี้สุด ๆ ฟังแล้วคิดตามกันนะ
อย่าหลงลืมว่า เงาในกระจก มันขยับดังเช่น เราขยับ....
......
กรรมใดเกินแต่เรา ย่อมส่งผลกลับมาที่เรา
Credit: http://www.thaipoem.com/forever/ipage/poem107221.html

13 May

ถ้า ... Mr.Team

 

ถ้าขับรถไปไม่มีเสียงเพลง
ถ้าห่มผ้าเองแล้วมันไม่หนาว
ถ้าก่อนเข้านอนไม่ต้องมองดาว
ถ้าหากข้าวของไม่กองอย่างนั้น

ถ้าไม่อ่านรายชื่อเมนูอาหาร
ถ้าไม่ผ่านมุมเดิมที่ดูหนังสือ
ถ้าไม่เจอรอยเปื้อนจางๆที่ผ้าเช็ดมือ
ถ้าไม่รับไม่รู้ ไม่ต้องได้พบเจออะไร

 ถ้าฉันบังเอิญเป็นคนเดินจากไป
ถ้าฉันไม่ต้องเผชิญทุกสิ่งอย่างนี้
ถ้าฉันเป็นคนไม่คิดอะไร แค่ลืมใครก็ทำได้ลง
ฉันก็คงลืมเธอสักที


ถ้าหากทุกคืนไม่มีแสงไฟ
ถ้าหากหัวใจแข็งเป็นก้อนหิน
ถ้าสนามบินไม่มีเครื่องบิน
ถ้าหยุดสิ้นปีไม่มีอีกแล้ว

ถ้าไม่เปิดดูรูปที่ไปเที่ยวกัน
ถ้าไม่เจอรายการโปรดในทีวี
ถ้าไม่เปิดดูหนังเรื่องเดิมที่ดูทุกที
ถ้าไม่รับไม่รู้ ไม่ต้องได้พบเจออะไร

ถ้าฉันบังเอิญเป็นคนเดินจากไป
ถ้าฉันไม่ต้องเผชิญทุกสิ่งอย่างนี้
ถ้าฉันเป็นคนไม่คิดอะไร
แค่ลืมใครก็ทำได้ลง ฉันก็คงไม่เป็นอย่างนี้
ถ้าฉันเป็นคนไม่คิดอะไร ฉันก็คงลืมเธอสักที

25 March

สักวาปากหวาน

สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน
ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม
กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพะยอม
อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม

แม้ล้อหลามหยามหยาบมิปราบปลื้ม
ดั่งดูดดื่มบอระเพชรต้องเข็ดขม
ผู้ดีไพร่ไม่ประกอบชอบอารมณ์
ใครฟังลมเบือนหน้าระอาเอย

สักวาหน้าไหนใช้คำหวาน
จะไม่ขอพบพานให้เสียหู
ดีแต่ปากเปล่าเคยทำให้ดู
เหมือนหมาขู่แค่เห่าเปล่ากัดเอย
 
บางส่วนจาก สักวาปากหวาน ...แอนโดฟิน
แบบว่า ฟังกี่ที่ก็ชอบอ่ะ ชอบท่อนสุดท้ายที่สุดเลย สะท้อนสุด ๆ
06 March

ปริญญาสองใบ

ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมากคือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก
เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร มาเรียนที่อเมริกา
เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิสทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน
ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดูว่าสะอาดจริงมั้ย
กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย
ต้องให้ดีที่สุดเวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ เขียนไว้สามแผน
แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สอง
แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สามใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย
แกมีบ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา มีธุรกิจมีชื่อเสียงทุกอย่าง แกมีทุกอย่าง
วันหนึ่งแกพักผ่อนหลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย
ลูกเมียไปขอพบ บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต
 
วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุบลงไป
ภรรยาพาเข้าโรงบาล ตรวจพบมะเร็งพอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย
จริงๆ เค้าก็เตือนตลอดแต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้
แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน
บันทึกชีวิตแก ก่อนจะเสียชีวิต แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว
แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่
กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก
ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า

พ่อผมเคยบอกว่าเกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ
ปริญญาใบที่หนึ่ง 'ปริญญาวิชาชีพ ' เราจะต้องทำมาหากินเป็น กินอิ่ม นอนอุ่น
พูดง่าย ๆล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้ อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง
แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ
แต่'ปริญญาวิชาชีวิต' ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้
แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ
แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก เพราะอะไร ? เพราะทำงานจนป่วยตาย
ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่างบ้าน รถ
มอบมันให้กับลูกและภรรยาแต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง
ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา
สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้
สิ่งที่ว่านี้คือ ผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย
เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย
นี่คือปริญญาวิชาชีวิต
 
ธรรมะเราจะต้องมี ถ้าเราไม่มีธรรมะ
เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเองที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี

ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้วอย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวัน
แต่ละวันควรจะมี ให้ดูแลตัวเองดูจิต ดูใจตัวเอง ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์
มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่าแบกเรื่องโน้นเรื่องนี้ เกินไปหรือเปล่า
พยายามลดลงในแต่ละวันๆเพื่อที่ว่าอะไร
เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิตหนึ่งปริญญาวิชาชีพ
เราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่งมีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่
แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สองคือวิชาธรรมะ
สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป
ทำอะไรให้พอดี พอดีอยู่ดีมีสุข
อยากเที่ยวให้ได้เที่ยว อยากพักให้ได้พัก อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ
ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง
อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุดและมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี เพราะอะไร
เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา
เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด บางคนก็ตอบเงิน
บางคนก็ตอบเพชร บางคนก็ตอบทอง บางคนก็ตอบอำนาจ บางคนก็ตอบราชบัลลังก์
พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่ สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิต
สุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อย.

(ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนา ของท่าน ว.วชิรเมธี ที่ได้ไปเทศน์ที่เมืองเคนเนบัง รัฐเมน ประเทศสหรัฐอเมริกา)
 
Fwd: ขอบคุณเมลล์ดี ๆ จากน้องสาปน้อย .. ^^
 
Photo 1 of 23