Ai_Gung's profileน้ำตกแม่กลอง กับคลองทวี....PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    28 April

    Reply ... จากผู้ชายดี ๆ

    ผมกำลังจะแต่งงาน แต่ ..... จ้าวสาวของผม .... ดัน

    ผมกับแฟนคบกันมาเกือบๆ 3 ปีแล้วเรากำลังจะแต่งงานกัน
    ก่อนหน้านั้นผมก็รู้ว่าแฟนผมเคยมีแฟนมาแล้ว 2 คน แต่ผมก็ไม่คิดอะไรมาก

    จนวันหนึ่งมีคนรู้จักมาพูดคุยกันในวงเหล้าว่า รู้จักแฟนผม แล้วก็รู้จักอดีตแฟนผม (คนนี้ไม่รู้ว่าผมเป็นแฟนผู้หญิงที่เขารู้จัก)
    เมื่อก่อนชอบมาที่คอนโดเค้าบ่อยๆ เพราะเขาฝากคอนโดให้เพื่อนดูแลตอนทำงาน ตจว
    เวลากลับมาก็เจอเพื่อนและผู้หญิงคนนี้บ่อยๆมานอนด้วยกัน ผมฟังแล้วรู้สึกหัวใจมันสลายตัวชาไร้ความรู้สึกไปหมด
    จากที่ไม่เคยคิดก็คิดถึงว่าแฟนเรามีอะไรกับคนอื่นมาก่อนและมีบ่อยจนแทบจะเรียกได้ว่าสึกหรอ
    แล้วผมต้องทำงานหาสินสอดเพื่อไปขอหญิงคนหนึ่งที่พูดได้ว่าเคยมีสามีมาแล้วงั้นเหรอ
    แต่ผมรักเธอทำยังไงดี ผมกลับไปถามแฟนถึงเรื่องนี้เธอก็อ้ำอึ้งและยอมรับมัน
    แถมบอกว่ายอมรับว่าเคยมีอะไรกับแฟนคนแรกและคนที่สองด้วยซ้ำแต่มันเป็นความเต็มใจของเธอเองตอนนั้น
    แต่ตอนนี้เธอเสียใจเพราะตั้งแต่คบกันมาผมไม่เคยล่วงเกินเธอเลย

    ผมจะทำไงดี ผมจะแต่งกับเธออยู่หรือเปล่าว มันติดตรึงในความคิดผมมากจนไม่อาจทำใจได้จริงๆ
    ยิ่งคิดว่าเวลาเธอมีอะไรกับคนอื่นเธอคงทำอะไรบางอย่างแบบนั้นผมแทบจะบ้าตาย ใครก็ได้ช่วยผมที
    ________________________________ โดย : ว่าที่จ้าวบ่าวมือใหม่ (Guest !)

     ________________________________ความคิดเห็นที่ 30
    เจ้าของกระทู้กรุณาอ่านความเห็นของผมให้จบ ก่อนตัดสินใจ
    ผมในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี เพราะความรู้สึกแบบนี้ มันเคยเกิดขึ้นกับผมมาแล้ว
    ผมไม่ได้คาดหวังว่า คุณจะต้องผ่านมันไปให้ได้ และผมไม่ได้คาดหวังว่า คุณจะต้องเลือกทางเดินเหมือนผม
    แต่ผมอยากให้คุณใช้ ความคิด มากกว่า ความเครียด....

    ถ้าคุณตัดสินใจคบเธอต่อ และแต่งงานในที่สุด
    ในสายตาของผู้ชายส่วนใหญ่ จะมองว่า คุณคือ คนโง่ คุณคือ ไอ้งั่ง
    หรือแม้แต่ความคิดของคุณเองก็เถอะ คุณก็จะคิดว่า คุณทำงานหนัก ทำทุกอย่าง เก็บเงิน เพื่อไปขอเธอแต่งงาน
    ทั้งเหนื่อย ทั้งลำบาก เพื่อที่จะได้ ฟันเธอ อย่างถูกต้องตามประเพณี

    แต่แล้ว ก็มีผู้ชายคนหนึ่ง หรืออีกหลายคน งานก็ไม่ต้องทำ เหนื่อยก็ไม่ต้องเหนื่อย เงินก็ไม่ต้องเก็บ แต่ได้ฟันเธอ ไปฟรี ๆ
    คุณก็จะคิดว่า คุณจะทนเหนื่อยทำไม ในเมื่อคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เขาก็ได้ทำอะไรแฟนคุณไปหมดทุกอย่างแล้ว
    ในความคิดของคุณก็มัวแต่คิดและจินตนาการไปว่า แฟนคุณคงทำอะไรกับแฟนเก่า ท่านั้น ท่านี้
    คงร้องครางอย่างมีความสุข และทำกันบ่อย ๆ ทุกวัน วันละหลายรอบ กอดจูบกัน สารพัด... ฯลฯ

    แน่นอนล่ะ ความคิดเหล่านี้ ผมก็เคยวนเวียนอยู่กับมัน พักใหญ่ ๆ
    ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ผิดหวัง ท้อแท้ มันก็เคยเกิดขึ้นกับผมเช่นกัน
    ผมไม่ได้ห้ามไม่ให้คุณคิดถึงสิ่งเหล่านี้ เพราะมันห้ามไม่ได้อยู่แล้ว
    ในฐานะผู้ชาย ที่เรื่องของศักดิ์ศรี ต้องมาเป็นที่หนึ่ง
    การที่เราต้องมาเป็นที่สอง ที่สาม ไม่ต้องให้มากกว่านี้
    เอาเป็นว่า ถ้าไม่ได้ที่หนึ่ง หรือเป็นคนแรก นอกนั้น จะที่เท่าไหร่ ก็ไม่ต้องการ

    ผู้ชายบางคน หลอกฟันผู้หญิงไปเรื่อย หลอกเปิดบริสุทธิ์ไปเรื่อย และเก็บเป็นความภาคภูมิใจ
    เอาไว้คุยทับถมกันในวงเหล้า ว่ากรูคือผู้ยิ่งใหญ่ กรูคือผู้มีความสามารถ กรูคือชายเหนือชาย
    ในมุมมองของผม ผู้ชายที่คิดแบบนี้ เขาไม่เรียกผู้ชายหรอก
    เขาเรียกแค่เพศผู้ ที่มีอวัยวะเพศชี้ไปข้างหน้า เมื่อมีความต้องการเท่านั้น
    และบาปกรรมที่เขาได้กระทำกับผู้หญิงเอาไว้ คงจะตามสนองเขาไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า

    ผมอยากถามคุณว่า คุณอยากแต่งงานกับเธอ ด้วยเหตุผลอะไร
    อยากแต่ง เพราะเธอเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ หรืออยากแต่ง เพราะเธอเป็นคนดีและอยู่กับคุณได้
    ถ้าอยากแต่งเพราะเธอเป็นสาวบริสุทธิ์ หลังจากจบพิธีงานแต่งแล้ว ก็เก็บเอาเธอไว้บนหิ้ง
    ไม่ต้องไปทำอะไรเธอ เพราะว่า ถ้าทำแล้ว เธอจะกลายเป็นคนไม่บริสุทธิ์ทันที

    คนเราเกิดมา ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน หญิงหรือชาย ไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้าได้หรอกว่า
    ใครคือคู่แท้ที่จะอยู่กับเรา ถ้าเราสามารถรู้ล่วงหน้าได้ เราก็คงเก็บเอาความบริสุทธิ์ไว้ให้คู่ของเรา
    แต่ในโลกของความเป็นจริง เราไม่สามารถรู้ได้เลย....
    คนที่เรากำลังคบอยู่ตอนนี้ ณ เวลานี้ เราอาจบอกว่า คนนี้แหละคือคนที่จะอยู่กับเรา
    เราจึงยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อเขา ยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา...
    แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง มันกลับไม่ใช่ขึ้นมา และต้องเลิกลากันไป
    ถามว่า ใครเป็นคนผิดหรือ หญิงหรือชายล่ะ ที่เป็นคนผิด
    ผู้หญิงถูกประณาม แต่ผู้ชาย กับถูกยกย่องว่าสามารถเปิดบริสุทธิ์ได้

    แล้วทำไมเราต้องไปโทษฝ่ายหญิงว่า เธอนั่นแหละ คือคนผิด ผู้หญิงที่พลาดพลั้งมา เธอคือคนผิดหรือ
    เธอคือคนไม่ดีอย่างนั้นหรือ เธอต้องถูกประณามหยามเหยียดอย่างนั้นหรือ
    เธอต้องไม่สามารถคบผู้ชายคนไหนได้อีกต่อไปงั้นหรือ
    ถ้าเป็นอย่างนั้น ผู้หญิงทั้งโลกนี้ คงตายไปกว่าครึ่ง ด้วยความผิดที่ว่ามาข้างต้น

    ผมรักแฟนของผมมาก และเธอก็รักผมมากเช่นกัน
    แฟนผมเสียตัวตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมปีที่ 5
    เธออยู่กับแฟนเก่าในบ้านโดยไม่ได้แต่งงาน ถึง 7 ปีกว่า ๆ
    เคยท้อง และเคยทำแท้งมาแล้ว.....

    หลายคนมองว่า ผมคือผู้ชายที่โง่ที่สุดในโลก ที่เลือกเธอ
    แต่ผมกลับมองว่า ผมเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก ที่ได้อยู่กับเธอ
    อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้ว อนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
    และปัจจุบันคือวันนี้ วันที่เรากำลังหายใจอยู่ตอนนี้
    ผมไม่สามารถบอกได้ว่า ผมจะรักเธอตลอดไป เพราะมันเป็นอนาคต
    แต่ผมสามารถบอกได้ว่า ผมรักเธอวันนี้ ตอนนี้ และเวลานี้....

    คุณเจ้าของกระทู้ครับ การให้อภัย ถือว่า เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่
    มนุษย์ทุกคน ต้องการได้รับการให้อภัยจากคนอื่นเสมอ
    แต่จะมีมนุษย์สักกี่คน ที่หยิบยื่นคำว่า ให้อภัย แก่คนอื่น
    มีใครอยากจะทำผิดพลาดมั้ย ไม่มีหรอกครับ คุณก็เช่นกัน
    ทำไมคุณไม่นึกถึงจุดนี้บ้างล่ะ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ไปสำส่อนอะไร เธอก็ไม่ใช่โสเภณีที่ซ่องไหน
    ถึงแม้เธอจะเป็นโสเภณี แต่ถ้าเธอเป็นคนดีของสังคม จะเป็นภรรยา และแม่ที่ดีของลูก ถึงแม้จะต้องเสียค่าสินสอดเพื่อแต่งงานด้วย
    ผมว่า มันก็ยังคุ้มค่ากว่า ที่ไปแต่งงานกับสาวบริสุทธิ์ แต่สุดท้ายก็ไปด้วยกันไม่ได้ ต้องมาจบด้วยการหย่าร้างกันไป

    คุณเลิกความคิดที่ว่า ไม่ใช่คนแรกของเธอแล้ว จะต้องเสียหน้า เสียศักดิ์ศรี
    ต้องมาล้างจาน รับเศษเดน อย่างที่เขาว่ากัน คนที่พูดแบบนี้ คือเพศผู้ที่เห็นแก่ตัวบนโลกนี้....
    คือชายหนุ่มวัยรุ่น ผู้ที่ยังไม่มีความคิด และมองโลกในมุมมองที่แคบ
    เพราะถ้าเป็นลูกผู้ชายแล้ว เขาจะไม่มีวันคิดแบบนี้แน่นอน

    ถ้าทุกคนสามารถย้อนกลับไปแก้ไขในอดีตอันเลวร้ายได้ โลกใบนี้ คงมีแต่ความสงบสุข
    และคุณก็คงไม่ต้องมานั่งตั้งกระทู้ถามแบบนี้แน่นอน ทุกอย่าง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
    มองให้เป็นสัจธรรมของชีวิต คุณก็จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ อย่างมีความสุข

    ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สามารถเป็นชายคนแรกของเธอได้ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนดีที่หนึ่งของเธอ
    แต่คุณก็สามารถเป็นคนดีที่สุดสำหรับเธอได้ ไม่ใช่หรือ....
    ใช้เหตุ และ ผล ในการตัดสินใจ อย่าใช้ความคิด อคติ อย่างผู้ชายทั่วไป
    คุณอยากเป็นแค่คำว่า ผู้ชาย หรืออยากเป็น ลูกผู้ชาย คุณเลือกเองได้.... โชคดีครับ

    จะมีอีกมั้ยหนอ ผู้ชายแบบนี้เนี้ย ...
    Forwarding Mail from P-Thing My best friend...

    24 April

    หลับ - Fucking Hero Feat. POP

     
    ...กาลครั้งนึงนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงน้อยแสนซุกซนอยู่องค์หนึ่ง
    วันนึงเจ้าหญิงแอบไปวิ่งเล่นในสวนต้องห้ามและแอบเด็ดผลแอปเปิ้ลในสวนมากิน
    ทันใดนั้นเจ้าหญิงก็ล้มลง แล้วหลับไป ทุกคนช่วยกันปลุกเจ้าหญิง แต่เจ้าหญิง ก็ยังไม่ยอมตื่น


    * ไหว้องค์พระปฏิมาแกะสลัก ประกายเมตตาธรรมแจ่มพระพักตร์ พระดำรัส ทรงโปรดเวนัยสัตว์
    เวียนว่าย ตาย เกิด ก็คือสัตว์ จวัจนะท่านว่าดูเอาเองเถอะนะเหล่าพุทธบริษัท
    กิเลสเริ่มจับตัวกันเป็นก้อนตั้งแต่เราเริ่มแยกแยะได้ว่าอันไหนกลิ่นโกโก้ กลิ่นเมนทอล
    มองทารกดื่มนมที่แม่ป้อนไม่กี่สิบปี บุรุษ สตรี ต้องเข้าพิธีศพ เพราะคงต้อง
    ถึงวันที่บ้านเป็นห้างฯ หรือขายของชำ เป็นนายเหนือหัว เป็นจอมราชันย์ นักโทษถูกจองจำ
    สิ่งหนึ่งที่เท่า ๆ กัน คือพอเกิดมาต้องมีสังขาร ต้องการอาหาร ต้องการที่อยู่เป็นสสาร
    วนเวียนในวัฏฏะสังสาร หรือจักรวาลที่มีมิติกว้างใหญ่ไพศาล ความจริงของสัตว์โลกทั้งสามข้อ
    อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา ถามหลวงพ่อว่ามีทางใดที่ฉันจะหลบหนีไม่ยอมทำตามระบบ
    เกิด แก่ เจ็บ ตายที่น่าตลก ขำกลิ้ง 5 ตลบ ท่านยกนิ้วชี้กระจก ดูก่อนประสบ
    เห็นหรือไม่ว่าเงาที่ปรากฏมันทำตามเราขยับทุกประการ
    ฉันใดอายุอานามย่อมทำตามกฏแห่งกรรมที่กระทำ
    วันใดไม่มีเงาในลำธาร เมื่อข้ามวัฏสังสารถึงนิพพาน เมื่อนั้นจะหยุดชั่วกาลนาน


    ~ อย่ากลัวไปเลยยังไงเราก็ต้องเจอ เรื่องธรรมดา ก็เหมือนพักผ่อน ก็เหมือนหลับตา
    ก็คงไม่มีอะไรจะยากเกินกว่าแค่ยอมรับมัน ~


    ** สิ่งเล็ก ๆ ไล่ไปใหญ่ สิ่งใหญ่ ๆ หรือจะเล็ก เริ่มมีความอยากเท่าขี้เล็บ
    ไม่นานคงทะเล็ด ทะลัก โลภ โกรธ รัก หลง เปิดใจรับพลพรรคหลง สละเพศฆราวาสเป็นพระสงฆ์
    มองเงินทองที่สะสม ชื่อเสียงที่สั่งสม บารมีคนแซ่ซ้องสรรเสริญน่าสับสน
    สิ่งไหนคือสัตว์ชั้นสูง คน นก หมา หรือหมู ล้วนแตกดับไปกับดินตอนดับสูญ น่าอดสูสู่สุสาน
    ที่นอนผืนใหญ่ ๆ นอนเอาแรงกันสักแป็บแล้วก็ตื่นขึ้นมาใหม่ โลกหลังความตาย
    ไม่เคยจะมีอะไรในกอไผ่ หลับร่วมอโศกขัย หลับไปไม่นานก็ตื่นมาหลงใหล


    ~ อย่ากลัวไปเลยยังไงเราก็ต้องเจอ เรื่องธรรมดา ก็เหมือนพักผ่อน ก็เหมือนหลับตา
    ก็คงไม่มีอะไรจะยากเกินกว่าแค่ยอมรับมัน ~


    ...จนกระทั่งวันนึง เจ้าชายที่แอบหลงรักเจ้าหญิงมานานก็เข้าไปจุมพิศเจ้าหญิง
    ทันใดนั้นเจ้าหญิงก็ลืมตาตื่นขึ้น แต่พอเจ้าหญิงตื่นก็เกิดหิว แล้วก็ไปเด็ดแอบเปิ้ลมากินอีก
    แล้วเจ้าหญิงก็ล้มลงแล้วหลับไป โถ่!! ก็มันหิวนินา จบแล้วววว...

     

    ใครว่า Hip Hop ไร้สาระ ข้าน้อยขอนำเสนอ
    แบบว่า ชอบวงนี้อยู่แล้ว ก็เลยชอบเพลงนี้สุด ๆ ฟังแล้วคิดตามกันนะ
    อย่าหลงลืมว่า เงาในกระจก มันขยับดังเช่น เราขยับ....
    ......
    กรรมใดเกินแต่เรา ย่อมส่งผลกลับมาที่เรา
    Credit: http://www.thaipoem.com/forever/ipage/poem107221.html

    13 May

    ถ้า ... Mr.Team

     

    ถ้าขับรถไปไม่มีเสียงเพลง
    ถ้าห่มผ้าเองแล้วมันไม่หนาว
    ถ้าก่อนเข้านอนไม่ต้องมองดาว
    ถ้าหากข้าวของไม่กองอย่างนั้น

    ถ้าไม่อ่านรายชื่อเมนูอาหาร
    ถ้าไม่ผ่านมุมเดิมที่ดูหนังสือ
    ถ้าไม่เจอรอยเปื้อนจางๆที่ผ้าเช็ดมือ
    ถ้าไม่รับไม่รู้ ไม่ต้องได้พบเจออะไร

     ถ้าฉันบังเอิญเป็นคนเดินจากไป
    ถ้าฉันไม่ต้องเผชิญทุกสิ่งอย่างนี้
    ถ้าฉันเป็นคนไม่คิดอะไร แค่ลืมใครก็ทำได้ลง
    ฉันก็คงลืมเธอสักที


    ถ้าหากทุกคืนไม่มีแสงไฟ
    ถ้าหากหัวใจแข็งเป็นก้อนหิน
    ถ้าสนามบินไม่มีเครื่องบิน
    ถ้าหยุดสิ้นปีไม่มีอีกแล้ว

    ถ้าไม่เปิดดูรูปที่ไปเที่ยวกัน
    ถ้าไม่เจอรายการโปรดในทีวี
    ถ้าไม่เปิดดูหนังเรื่องเดิมที่ดูทุกที
    ถ้าไม่รับไม่รู้ ไม่ต้องได้พบเจออะไร

    ถ้าฉันบังเอิญเป็นคนเดินจากไป
    ถ้าฉันไม่ต้องเผชิญทุกสิ่งอย่างนี้
    ถ้าฉันเป็นคนไม่คิดอะไร
    แค่ลืมใครก็ทำได้ลง ฉันก็คงไม่เป็นอย่างนี้
    ถ้าฉันเป็นคนไม่คิดอะไร ฉันก็คงลืมเธอสักที

    25 March

    สักวาปากหวาน

    สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน
    ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม
    กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพะยอม
    อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม

    แม้ล้อหลามหยามหยาบมิปราบปลื้ม
    ดั่งดูดดื่มบอระเพชรต้องเข็ดขม
    ผู้ดีไพร่ไม่ประกอบชอบอารมณ์
    ใครฟังลมเบือนหน้าระอาเอย

    สักวาหน้าไหนใช้คำหวาน
    จะไม่ขอพบพานให้เสียหู
    ดีแต่ปากเปล่าเคยทำให้ดู
    เหมือนหมาขู่แค่เห่าเปล่ากัดเอย
     
    บางส่วนจาก สักวาปากหวาน ...แอนโดฟิน
    แบบว่า ฟังกี่ที่ก็ชอบอ่ะ ชอบท่อนสุดท้ายที่สุดเลย สะท้อนสุด ๆ
    06 March

    ปริญญาสองใบ

    ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมากคือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก
    เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร มาเรียนที่อเมริกา
    เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิสทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน
    ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดูว่าสะอาดจริงมั้ย
    กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย
    ต้องให้ดีที่สุดเวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ เขียนไว้สามแผน
    แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สอง
    แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สามใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย
    แกมีบ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา มีธุรกิจมีชื่อเสียงทุกอย่าง แกมีทุกอย่าง
    วันหนึ่งแกพักผ่อนหลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย
    ลูกเมียไปขอพบ บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต
     
    วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุบลงไป
    ภรรยาพาเข้าโรงบาล ตรวจพบมะเร็งพอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย
    จริงๆ เค้าก็เตือนตลอดแต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้
    แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน
    บันทึกชีวิตแก ก่อนจะเสียชีวิต แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว
    แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่
    กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก
    ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า

    พ่อผมเคยบอกว่าเกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ
    ปริญญาใบที่หนึ่ง 'ปริญญาวิชาชีพ ' เราจะต้องทำมาหากินเป็น กินอิ่ม นอนอุ่น
    พูดง่าย ๆล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้ อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง
    แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ
    แต่'ปริญญาวิชาชีวิต' ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้
    แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ
    แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก เพราะอะไร ? เพราะทำงานจนป่วยตาย
    ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่างบ้าน รถ
    มอบมันให้กับลูกและภรรยาแต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง
    ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา
    สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้
    สิ่งที่ว่านี้คือ ผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย
    เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย
    นี่คือปริญญาวิชาชีวิต
     
    ธรรมะเราจะต้องมี ถ้าเราไม่มีธรรมะ
    เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเองที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี

    ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้วอย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวัน
    แต่ละวันควรจะมี ให้ดูแลตัวเองดูจิต ดูใจตัวเอง ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์
    มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่าแบกเรื่องโน้นเรื่องนี้ เกินไปหรือเปล่า
    พยายามลดลงในแต่ละวันๆเพื่อที่ว่าอะไร
    เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิตหนึ่งปริญญาวิชาชีพ
    เราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่งมีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่
    แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สองคือวิชาธรรมะ
    สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป
    ทำอะไรให้พอดี พอดีอยู่ดีมีสุข
    อยากเที่ยวให้ได้เที่ยว อยากพักให้ได้พัก อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ
    ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง
    อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุดและมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี เพราะอะไร
    เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา
    เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด บางคนก็ตอบเงิน
    บางคนก็ตอบเพชร บางคนก็ตอบทอง บางคนก็ตอบอำนาจ บางคนก็ตอบราชบัลลังก์
    พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่ สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิต
    สุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อย.

    (ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนา ของท่าน ว.วชิรเมธี ที่ได้ไปเทศน์ที่เมืองเคนเนบัง รัฐเมน ประเทศสหรัฐอเมริกา)
     
    Fwd: ขอบคุณเมลล์ดี ๆ จากน้องสาปน้อย .. ^^
    21 February

    เมื่อฉันแก่ตัวลง


    เมื่อฉันแก่ตัวลง ไม่ใช่ฉันที่เคยเป็น ขอโปรดเข้าใจฉัน
    มีความอดทนต่อฉันเพิ่มขึ้นอีกสักนิด

    ตอนฉันทำแกงหกใส่เสื้อตัวเอง ตอนฉันลืมวิธีผูกเชือกรองเท้า
    ขอให้คิดถึงตอนแรกๆ ที่ฉันใช้มือสอนเธอทำทุกอย่าง

    ตอนฉันเริ่มพร่ำบ่นแต่เรื่องเดิมๆที่เธอรู้สึกเบื่อ ขอให้อดทนสักนิด อย่าเพิ่งขัดฉัน
    ตอนเธอยังเล็กๆ ฉันยังเคยเล่านิทานซ้ำๆซากๆ จนเธอหลับเลย

    ตอนฉันต้องการให้เธอช่วยอาบน้ำให้ อย่าตำหนิฉันเลยนะ
    ยังจำตอนที่เธอยังเล็กๆ ฉันต้องทั้งออดทั้งปลอบเพื่อให้เธอยอมอาบน้ำได้ไหม

    ตอนฉันงงกับวิทยาการใหม่ๆ อย่าหัวเราะเยาะฉัน
    จำตอนที่ฉันเฝ้าอดทนตอบคำถาม “ทำไม ทำไม” ทุกครั้งที่เธอถามได้ไหม

    ตอนฉันเหนื่อยล้าจนเดินต่อไม่ไหว ขอจงยื่นมือที่แข็งแรงของเธอออกมาช่วยพยุงฉัน
    เหมือนตอนที่ฉันพยุง เธอให้หัดเดินในตอนที่เธอยังเล็กๆ

    หากฉันเผอิญลืมหัวข้อที่กำลังสนทนากันอยู่ ให้เวลาฉันคิดสักนิด
    ที่จริงสำหรับฉันแล้ว กำลังพูดเรื่องอะไร ไม่สำคัญหรอก ขอเพียงมีเธออยู่ฟังฉัน ฉันก็พอใจแล้ว

    ตอนเธอเห็นฉันแก่ตัวลง ไม่ต้องเสียใจ ขอให้เข้าใจฉัน สนับสนุนฉัน
    ให้เหมือนตอนที่ฉันสนับสนุนเธอตอน เธอเพิ่งเรียนรู้ใหม่ๆ

    ตอนนั้นฉันนำพาเธอเข้าสู่เส้นทางชีวิต ตอนนี้ขอให้เธอเป็นเพื่อนฉันเดินไปให้สุดเส้นทาง
    ให้ความรักและอดทนต่อฉัน ฉันจะยิ้มด้วยความขอบใจ
    ในรอยยิ้มของฉันมีแต่ความรักอันหาที่สิ้นสุดมิได้ของฉันที่มีให้กับเธอ

    แด่ลูก ๆ นักพเนจรทุกคน อ่านแล้วอย่าลืมคิดถึงใครคนนึงที่แก่ตัวลงให้ขณะที่เราเติบโตขึ้น
    คิดถึงเค้าให้มาก ๆ อย่ามัวแต่คิดถึงแค่คนอื่น ที่ยังไม่รู้ว่า เค้าคนนั้นจริงใจหรือหลอกลวง
    FRW: เมลล์ดี ๆ จากน้องนิว

    31 January

    อยากกินกิมจิ ๆ ๆ ๆ


    ไม่รู้ช่วงนี้เป็นอะไร อยากกินเหลือเกิน กิมจิ เนี้ย แล้วก็บ่นกะนายทุกวั๊น ทุกวัน
    ไอ่จะให้ไปกินร้านอาหารญี่ปุ่น หรือเกาหลีบ่อยๆ ก็คงจะกลมกว่านี้ หรือไม่ก็เป๋าแบนกันไปเลย

    ก็เลยต้องใช้พลัง สุดยอดการค้นหาจาก google อีกแล้ว
    ไปเอาสูตรมาล่อใจตัวเองไว้ก่อน อีกไม่นานมีการลงมือแน่นอน... ^^v

    เริ่มจากเครื่องปรุงก่อนและกันเนอะ เลือกเอาสูตรที่ดูจะง่ายที่สุดมาแลยนะเนี้ย

    - ผักกาดขาวปลีหรือผักหางหงส์ หั่นเป็นชิ้นพอคำ 5 ถ้วย
    - เกลือป่น (เลือกชนิดไม่มีไอโอดีน กิมจิที่ทำออกมาจึงจะมีสีสวย) 6 ช้อนชา
    - น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
    - พริกป่น 1 - 2 ช้อนชา (เลือกใช้พริกป่นญี่ปุ่น จะให้สีแดงสวย แต่ไม่เผ็ด )
    - ขิงสับละเอียด 1/ 4 ช้อนชา
    - กระเทียมปอกเปลือกสับละเอียด 1 กลีบ (ใส่มากกว่านี้ได้ถ้าชอบ)
    - ต้นหอมหั่นเป็นท่อน ๆ หรือซอยละเอียด 2 ต้น


    พอได้เครื่องปรุงมาครบถ้วนแล้ว ก็มาดูวิธีทำกัน ก็เอาที่ง่ายสุดเช่นเคย

    1. เริ่มจากขยำผักกาดขาวหรือผักหางหงส์กับเกลือป่น 5 ช้อนชา ทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง
    2. จากนั้นล้างผักด้วยน้ำสะอาด 2 - 3 ครั้ง
    3. ใช้มือบีบน้ำออกให้หมด แล้วนำผักที่เตรียมเสร็จแล้วใส่ลงในชามแก้ว
    4. เติมส่วนผสมที่เหลือลงไป ใช้ทัพพี คลุกเคล้าให้เข้ากัน
    5. ปิดฝาชามผสมนี้ให้สนิทด้วย plastic wrap
    หมักทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานประมาณ 1 - 2 วัน
    6. แล้วจึงนำเข้าเก็บในตู้เย็น รอจนกว่าจะเสิร์ฟ 

    บางที่บอกว่า ถ้าเปรี้ยวไม่สะใจก็ให้ปรุงด้วยน้ำมะนาว หรือไม่ก็น้ำส้มสายชูตามชอบ
    และเคล็ดลับความอร่อย ก็ต้องทำล่วงหน้าสัก 2 - 3 วันก่อนจะรับประทาน 

    หรือใครรู้จักร้านไหนกิมจิอร่อย ๆ ขายเป็นกล่อง ๆ ก็มาแนะนำกันบ้างเน้อ จะรีบไปสอยมาซักไห 2 ไห ... Tongue out

    Credit : http://www.maama.com/column/guzzie/view.php?id=000028

    22 January

    รักไม่รู้ดับ


    ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง   ฉันก็ยัง รักเธอฝังใจ
    ถึงจะสิ้น ดวงจันทร์ไฉไล   ไม่เป็นไร เพราะยังมีเธอ

    ฟ้าจะมืด จะมัวช่างฟ้า   ขอให้มี สายตาหวานละเมอ
    ถึงจะสิ้น แผ่นดินนะเออ    ให้ได้เจอยิ้มเธอชื่นใจ

    ไม่ได้ชิด ก็ขอเพียงได้ชม   ไม่ได้สม ไม่เห็นแคร์อะไร
    ขอให้ได้รัก ข้างเดียวเอาไว้   ไม่เช่นนั้น ใจฉันคงหลุดลอย

    ถึงโลกแตก แหลกรานสิบครั้ง   ฉันก็ยังฝังใจรอคอย
    แม้จะสิ้น วิญญาณเลื่อนลอย   ก็จะคอยพบเธอ ชาติอื่นเอย

    ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง   ฉันก็ยัง รักเธอฝังใจ
    ถึงจะสิ้น ดวงจันทร์ไฉไล   ไม่เป็นไร เพราะยังมีเธอ

    ฟ้าจะมืด จะมัวช่างฟ้า   ขอให้มี สายตาหวานละเมอ
    ถึงจะสิ้น แผ่นดินนะเออ   ให้ได้เจอยิ้มเธอชื่นใจ

    ไม่ได้ชิด ก็ขอเพียงได้ชม   ไม่ได้สม ไม่เห็นแคร์อะไร
    ขอให้ได้รัก ข้างเดียวเอาไว้   ไม่เช่นนั้น ใจฉันคงหลุดลอย

    ถึงโลกแตก แหลกรานสิบครั้ง   ฉันก็ยังฝังใจรอคอย
    แม้จะสิ้น วิญญาณเลื่อนลอย   ก็จะคอยพบเธอ ชาติอื่นเอย
     
     
     
    เพลงน่ารักดี ฟังจากโฆษณายาว ๆ ที่ดูแล้วอมยิ้มได้ ของ KTC
    ก็เลยต้องใช้เครื่องมือ google เทพ ไปตามหามาเก็บไว้ซะหน่อย
     
    ขอขอบคุณสำหรับเนื้อเพลงและเพลงต้นฉบับกับเสียงใส ๆ ของศรันย่าจาก
    27 December

    แด่ดัมเบิลดอร์ พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่

     
    ฉันไม่แน่ใจหรอกนะ ฉันได้พิสูจน์ตั้งแต่ยังหนุ่มแล้ว
    ว่าอำนาจเป็นจุดอ่อนของฉัน และเป็นเครื่องล่อใจด้วย
    น่าประหลาดนะ แฮร์รี่
    แต่บางคนที่เหมาะจะได้รับอำนาจที่สุด ก็คือคนที่ไม่เคยแสวงหามันเลย
    คนอย่างเธอนี่แหละ คนที่ถูกยัดเยียดให้เป็นผู้นำ
    แล้วก็ยอมสวมหัวโขนเพียงเพราะจำเป็น
    แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าตนทำได้ดีทีเดียว.......
     
     
    เธอเป็นนายที่แท้จริงของความตาย
    เพราะนายที่แท้จริงนั้นไม่ได้แสวงหาทางหนีจากยมฑูต
    เขายอมรับว่าเขาต้องตาย
    และเข้าใจว่าในโลกนี้มีบางสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตายหลายเท่านัก....
     
     
    อย่าสงสารคนตายเลย สงสารคนที่มีชีวิตอยู่เถิด
    และที่สำคัญที่สุด จงสงสารคนที่มีชีวิตโดยปราศจากความรัก...
     
     
    Harry Potter 7 - Deathly Hallows
    เพิ่งอ่านจบเมื่อวาน หลังจากดองมาเป็นอาทิตย์ ได้อะไรอีกเยอะแยะเลยแฮะ
    บ่นกะนายว่า ลึกล้ำชมัด นิยายเด็กแน่เปล่าเนี้ย นายตอบว่า ก็เขียนให้โตตามคนอ่านไง....เออ จิงแฮะ Red heart
     
    11 December

    รักแล้ว แล้วก็รักเข้าอีกแล้ว... ^^


    เนื้อเพลง รักคุณเข้าอีกแล้ว
    (
    บอย โกสิยพงษ์ feat. ป๊อด โมเดิร์นด๊อก)

    เก็บเพลงรักนี้ ไว้ให้เธอ เมื่อวันใดที่เจอะเจอ
    ฉันก็พร้อมและยินยอมมอบความรัก และจิตใจ
    ชั่วนิรันดร์ (ชั่วนิรันดร์)

    มีเพลงเพลงนึงที่เคยร้องให้เธอฟัง
    แต่ไม่รู้ว่ายังจำได้หรือเปล่า
    วันและเวลาอาจจะหมุนและเวียนไป
    แต่ใจความในเพลงนั้นของเรา

    * ก็ยังคงเฝ้าย้ำพูดถึง ความรักที่ลึกซึ้ง
    และยังคงตรึงในหัวใจนานแค่ใหน ก็เหมือนเก่า
    เหมือนวันแรกที่เรา เจอะกัน

    ** เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ
    ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน
    แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงสักแค่ไหน
    แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น
    ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสรวงสวรรค์
    ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร
    จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว
    และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว
    และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป
    ที่ฉันฝากชีวิต ทั้งหมดไว้
    โดยไม่มีวันทวงกลับคืน

    กาลและเวลาที่เปลี่ยนหมุนและเวียนไป
    อาจจะทำให้หัวใจใครหมุนตาม
    แต่ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนหมุนไปยังไง
    ใจความในเพลงนั้นของเรา

    (*,**)

    ฉันขอใช้ช่วงเวลาทั้งชีวิตที่ฉันมี
    ฉันขอใช้ไปกับเธอ กับเธอ เธอคนนี้

    (**)

    ฉันขอมอบชีวิตทั้งหมดไว้
    ฝากให้กับเธอเพียงผู้เดียว

    Credit : http://bignose.exteen.com/20071106/mv-boyd-modern-dog

    27 November

    ไม่เคยจาง แม้ห่างกัน

    หลังจากที่ไม่ได้เจอกันน๊าน นาน กาเล...
    ฟ้าก็ประทาน เรื่องของผลประโยชน์ มาเป็นโอกาสให้เราได้เจอกันอีก
    (เหอ ๆ .... คบกันยังไงหว่าเนี้ย เขียนและงง ๆ แฮะ)
     
    ก็จะใครหล่ะ เจ้ไง ... พี่สาวคนสำคัญ
    ที่เจอที่ไร ก็มีเรื่องขำ ๆ แบบอุ่น ๆ ได้ทุกที
    (คราวนี้ อุ่นเพราะ BBQ Plaza หล่ะ (^o^))
     
    ดีใจนะฮะ ที่ได้เจอ ต้องขอขอบคุณเหตุผลครั้งนี้
    ไม่งั้นมะรู้มะไหร่ เราถึงจะได้เจอกัน เนอะ ๆ.... Open-mouthed
     
    ปล. เป็นไงหล่ะ Bluetooth ง่ายกว่าปลอกกล้วยอีก...ช่ายมั้ยหล่ะ ....v Hot
    06 October

    ระยะห่างระหว่างเทียนที่ลดลงอีกปี.... - -"

    30 Sep. 07
     
    วันเกิดปีนี้ กับอาหารมื้อเย็น แบบอบอุ่น ตามประสาครอบครัว
    ขอบคุณป๊า ม้า เฮีย กับความสุขในชีวิตทุก ๆ วันที่กลับบ้าน
    ขอบคุณน้องเพื่อน ที่ปีนี้ ไม่ขาดไม่เกิน แม้วันเดียว
    ขอบคุณพระเอก(และแฟน) ที่จำได้ พระอวยพร Happy Birthday... - -"
    รักจังสำหรับน้องอิ่ม ที่ยังคงจำวันดี ของพี่สาวคนนี้ได้ แถมส่งต่อ
    ให้ได้รับฮา ๆ ขำ ๆ กับตุ๊กแล้วก็เส็งในเวลาใกล้เคียง
     
    อายุเพิ่มขึ้นอีกปีแล้วอ่ะ ประสบการณ์เพิ่มขึ้นอีกรอยใหญ่ ๆ
    อวยพรให้ตัวเองเป็นคนมองโลกในแง่ดีเหมือนก่อน
    แล้วก็ลดความเจ้าอารมณ์ลงอีกนิด เพื่อใบหน้าอ่อนเยาว์ เอิ๊ก ๆ.... Tongue out
     
    ปล. น้องเล็กกับ DT ย้อนหลังนิดหน่อย แต่ก็ปลื๊มมมม ปลื้ม นะจ๊ะ
    08 September

    ร๊าก รัก...???


    รัก.......... แท้..เป็น..................ตำนาน

    รัก.......... สิ้นลมปราน..เป็น.......บทประพันธ์

    รัก.......... ไม่แปรผัน..เป็น.........นิยาย
    รัก.......... จนวันตาย..เป็น.........นิทาน

    รัก.......... ตลอดกาล..เป็น.........ละคร
    รัก.......... อยู่ทุกตอน..เป็น.........ละครน้ำเน่า

    รัก.......... ไม่เคยเก่า..เป็น.........จริงช่วงแรก
    รัก.......... ในความแปลก..เป็น....คำฮิต

    รัก.......... ด้วยชีวิต..เป็น...........ลิเก
    รัก.......... ไม่โลเล..เป็น.............ความฝัน

    รัก.......... เธอนิรันด์..เป็น..........ชื่อเพลง
    รัก.......... นะตัวเอง..เป็น...........เด็กอมมือ

    รัก.......... ซื่อสัตย์..เป็น.............คำลวง
    รัก.......... หมดทรวง..เป็น..........คำติดปาก

    รัก.......... เธอมาก..เป็น.............คำฮอต
    รัก.......... เดียวตลอด..เป็น........ไปไม่ได้!!!!!  

    ให้คะแนนบรรทัดสุดท้าย เต็มร้อย ... เอิ๊ก ๆ
    Credit : Forward mail from New

    30 August

    ใจจริงหน่ะกลัวเป็นโส๊ดดด... ^^


    เรามีกันอยู่เพียงสองคน อยู่มาจนเราเข้าใจกันดี
    บางครั้ง รักก็ต้องมี เรื่องที่กวนใจ

    เราก็มีแค่เพียงสองคน อยู่ทน จนคนสงสัย
    ว่าเรา ทำไมทนไหว รักกันได้ไง ทั้งที่ชอบโกรธกัน

    เล็กๆ น้อยๆ เราก็ยอมกันไป .... ความจริงในใจ ยังโกรธ
    เล็กๆ น้อยๆ เราก็ยอมอภัย .... ใจจริงน่ะกลัว เป็นโสด
    รักเรามันคงจะเป็นอย่างนี้ เพราะมีกันอยู่สองคน

    บางทีเธอเองก็ทำเหลือเกิน แต่มันบังเอิญว่าฉันทนได้
    บางครั้งฉันก็มากไป .... ก็เป็นบางวัน

    ใจจะยอมอภัย ให้เธอ แต่จะยอม ให้เธอเท่านั้น
    ก็มีเพียงเธอและฉัน ที่ยังผูกพัน และรักกันอย่างเดิม

    เล็กๆ น้อยๆ เราก็ยอมกันไป .... ความจริงในใจ ยังโกรธ
    เล็กๆ น้อยๆ เราก็ยอมอภัย .... ใจจริงน่ะกลัว เป็นโสด
    รักเรามันคงจะเป็นอย่างนี้ เพราะมีกันอยู่สองคน

    เพราะเข้าใจกัน รักและผูกพัน มีให้กันสองคน
    หนักเบาแค่ไหน พร้อมใจจะทน...ให้กัน
    เรารักกันมานาน ก็ยังเหมือนเดิม


    เล็กๆ น้อยๆ เราก็ยอมกันไป... ความจริงในใจ ยังโกรธ
    เล็กๆ น้อยๆ เราก็ยอมอภัย .... ใจจริงน่ะกลัว เป็นโสด
    รักเรามันคงจะเป็นอย่างนี้ เพราะมีกันอยู่ สองคน
    รักเรามันคงจะเป็นอย่างนี้ เพราะมีกันอยู่ สองคน .... Red heart

    น้องเพื่อนบอกว่า น่ารักดี มีกัน 2 คนตายาย
    ก็เลยนึกเพลงนี้ขึ้นมาได้ ถึงจะเก่า แต่ก็ยังยิ้มได้ทุกครั้งที่ฟัง...อ่ะนะ
     credit : http://www.af-studio.net/af2/play.asp?id=10307
    ปล. ขอบคุณตาเชิด ที่ปรึกษาที่ยุ่งอยู่ แต่ตูก็ยังจะเม้าส์...^^v

    29 July

    Nana 2

     
    ฉันเคยคิดมาตลอดว่าชีวิตคนเรา คือการต้องว่ายทวนกระแสน้ำเชี่ยว
    แต่ว่า....
    การปล่อยให้ตัวเราถูกน้ำพัดพาไป ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
    ถ้าหากมัน จะพาเรา เคลื่อนตัวไปข้างหน้า....
     
    Nana 2
    ขอบคุณฝน ที่ทำให้เจ้ได้ดูนะ
    ดูแล้ว อยากหาการ์ตูนมาอ่านซะและ...เหอ ๆ
    16 July

    สิ่งดี ๆ แค่มาช้า ไม่ใช่ไม่มา...

    ก็อ่าน blog เจ้ปุ๊ก มานานและ อ่านมาตั้งแต่ เรื่องเก่าก่อนจนบัดนี้ แต่ก็ไม่เคยเม้นซะที
    เรื่องก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้เม้นต์อะไร เพราะตัวเป็น ๆ ไปอยู่ใกล้ๆ ถึงที่
     
    แต่ตอนนี้ ก็ไม่ได้เจอเลย ห่าง ๆ กันไป
    (ก็เจ้ดันหนีความเจริญ ไปมีที่ทำงานอยู่ข้างคอนโดสบายใจเชิบ ... อิจฉา อิจฉา)
    แหม แต่ห่างกันแค่ไหน เทคโนโลยี ก็ช่วยได้ เรายังคงเมาส์กัน
    เป็นคลื่นเสียง เป็นตัวอักษร หรือบางที ก็แวะไปอ่าน blog เฉพาะกิจ อยู่บ่อย ๆ
    แล้ววันนึง อ่านแล้วก็...เออ ท่าทางจะเหนื่อย ๆ นะนั่น
    ก็เลยฝากอักษรเลือด (ดูมันเว่อร์) เตือนความมันส์แบบ ไร้ข้อจำกัด ของเจ๊ซะหน่อย
    คำไม่กี่คำ ก็สื่อกันได้แบบว่า ไม่ต้องอธิบาย ... (สมกับที่ผ่านร้อนผ่าหนาวกันมา)
     
    แล้วพอกลับไปอ่านอีกที
    เราก็เป็นสิ่งดี ๆ ในชีวิตเจ้ไปซะและ (ปลื้มนะเนี้ย)
    โห ไม่ได้มาช้าซะหน่อยนิ ก็ไม่ได้หายไปไหน
    ยังอยู่ข้าง ๆ คอยกวนโอ้ย กวนใจ อยู่ออกจะบ่อย
    แหม ๆ ยังกะเจ้ไม่ใช่ ... อะโด่ ๆ ไม่บอก เพราะว่าเขินหรอกน่า
    อยู่ ๆ เกิดพูดขึ้นมา เด๋วก็หาว่าบ้า... ผีเข้าเหรอ แล้วก็ขำซะ
     
     
    ไม่เคยบอกว่า รัก แต่ รักอ่ะ ... ^^v
     
    ปล. เพื่อนแท้ ใช้ความจริงใจซื้อได้เท่านั้น อาจมีแค่คนสองคน
    แต่ความจริงใจ มากมายกว่าคนผ่านไปผ่านมาเป็นล้านคน.........แหวะ เลี่ยนตัวเอง จังฮู้... เอิ๊ก ๆ
     
    04 July

    TAXI เก่า ๆ

    เรื่องนี้เป็นเพราะความบังเอิญที่บ่ายวันนั้นฝนตก ตัวเองก็รีบจะไปเจอเพื่อนที่รออยู่บีทีเอสหมอชิต
    ตัดสินใจรีบวิ่งขึ้นแท็กซี่ที่จอดเรียงกันอยู่โดยไม่มองว่ารถคันนั้นมีสภาพยังไง
    เข้ามานั่งแล้วถึงได้รู้ว่าเป็นรถแท็กซี่รุ่นเก่า
    (คันเล็ก แอร์ไม่เย็น แล้วก็จะมืดๆหน่อยอ่ะค่ะ คือมองจากข้างนอกจะเห็นข้างในไม่ค่อยชัด)
    ตอนนั้นก็คิดแค่ว่า เออ แค่นี้เอง เดี๋ยวก็ถึงร้อนหน่อยไม่เป็นไร
     
    นั่งไปได้สักพัก รถติด คุณลุงคนขับรถก็หันมาถามประมาณว่ามีแบงค์ย่อยรึเปล่า
    ลุงไม่มีเงินทอน "นี่เป็นรอบแรกของวันนี้เลย"
    เราเห็นว่าตอนนั้นมันจะสี่โมงเย็นแล้ว แต่ลุงบอกว่าเป็นเที่ยวแรกของวันนี้
    ก็เลยถามว่า "ลุงเข้ากะบ่ายหรือคะ?"
    คุณลุงตอบกลับว่า "ลุงขับมาตั้งแต่ตีสี่แล้ว นี่รถของลุงเอง วนไปวนมาอยู่หลายรอบแล้วแต่ไม่มีลูกค้าเลย"
    "อ้าว ทำไมล่ะคะลุง"
    ตอนนั้นก็ชวนคุณลุงคุยแบบไม่ได้ติดใจอะไร ถามไปเรื่อย
    "รถลุงเก่า คนเค้าก็ไม่อยากนั่ง แต่ลุงเข้าใจนะ
    มันก็เป็นเงินของเค้า รถเก่า รถใหม่ ค่าโดยสารมันเท่ากัน
    เป็นลุงลุงก็อยากได้ที่มันดีๆเหมือนกัน เด็กๆเดี๋ยวนี้เค้าก็ชอบรถที่มีสีๆกัน"
     
    น้ำเสียงคุณลุงตอนนั้น เป็นน้ำเสียงเหมือนจะขำๆ
    แบบเล่าสู่กันฟังมากกว่าจะประชดประชันนะคะ
    แล้วลุงก็เปลี่ยนเรื่อง ถามว่า "รถไฟฟ้านี่ เค้าคิดเงินกันยังไง"
    ก็เลยอธิบายเรื่องราคาให้ลุงฟัง แล้วลุงก็ถามว่าทำยังไง
    ถ้าทำไม่เป็นจะมีใครช่วยไหม "ลูกชายลุงมันอยากจะลองนั่ง แต่ลุงก็ทำไม่เป็น
    ไม่เคยเห็นว่าเป็นยังไง ไม่กี่วันจะถึงวันเกิดมันแล้ว
    ลุงสัญญาว่าจะพามันมานั่งดูสักรอบ คงจะชอบนะหนู
    ลุงเคยพามันมาดู แต่วันนั้นไม่มีเงินจะให้นั่ง"
    สมัยนั้น บีทีเอส สร้างเสร็จและเปิดใช้งานแล้วเกือบสามปี
    น้ำเสียงตอนคุณลุงเล่า ฟังดูมีความสุขนะคะ คุณลุงยิ้มให้เราทางกระจก
    คำพูดของคุณลุง ทำให้เราตื้อขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี
    ได้แต่พยักหน้าแล้วก็ยิ้มตอบ กับทั้งสองเรื่องที่ลุงพูดมา
    เรื่องรถแท็กซี่เก่าของลุง เราฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆให้ลุงไป
    เพราะเราเองก็รู้ตัวดีอยู่ว่า เป็นหนึ่งใน"เด็กๆเดี๋ยวนี้"
    ที่มักจะเลี่ยงนั่งรถเก่าๆและมักจะยอมเสียเวลาเป็นครึ่งชั่วโมงเพื่อรอรถแท็กซี่ใหม่ๆผ่านมา
    เรารู้ดีว่าแม้แต่การนั่งรถของคุณลุงในครั้งนี้ มันก็เป็นแค่ความบังเอิญ
    ถ้าฝนไม่ตก ถ้าเราไม่รีบ เราก็คงไม่เรียกรถของคุณลุง
    หลังจากนั้นเราก็คิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลที่เราสามารถ
    เลือกในสิ่งที่เราต้องการได้แต่ถ้าสิ่งที่เราเลือกทำมันมีประโยชน์กับคนอื่นด้วย
    เราก็ไม่คิดว่ามันจะเสียหายอะไร (แท็กซี่ใหม่ก็ไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะในจำนวนนั้นก็มีคนที่ลำบากหาเช้ากินค่ำเช่นกัน)
    ส่วนเรื่องรถไฟฟ้า เรื่องของลูกชายคุณลุง ทำให้เรากลับมามองตัวเอง
    เราใช้รถไฟฟ้าไปไหนมาไหนตลอด บางครั้งไม่มีอะไรทำก็ชอบไปนั่งเล่นด้วยซ้ำ
    จะใช้ทีก็แทบจะไม่ต้องคิดเลย
     
    แต่สำหรับลูกชายคุณลุง มันคือ "ของขวัญวันเกิด"
    เป็นความต้องการที่แทบจะต้องใช้คำว่า "ความฝัน" ด้วยซ้ำ
    เงิน "แค่" สิบห้าบาทของเรา กับ เงิน "ตั้ง" สิบห้าบาท ของเค้า หดหู่ค่ะ
    วันนั้นลงจากรถคุณลุงมาก็เล่าให้เพื่อนฟัง
     
    คิดถึงตัวเองที่ใช้เงินฟุ่มเฟือย ทั้งที่หาเงินเองไม่ได้
    คิดถึงหลายๆอย่างในชีวิต ที่ได้มาง่ายๆโดยไม่ต้องดิ้นรน
     
    Forward Mail : เพื่อนเหน่ง
    อ่านแล้วอึ้งเลยหล่ะ ถึงจะเหมือนว่าเมลล์ขาดไปตอบจบ
    แต่ก็อยากให้ได้อ่านนะ เผื่อจะทำให้คิดกันได้บ้าง ไม่มากก็น้อย
    14 June

    คิดถึงแม่...

    อยากไปวิทลัยจังตอนนี้... ก็คงรู้ ๆ ว่า คำนี้หมายความว่าไง
    พอตอนเด็ก ก็อยากเป็นผู้ใหญ่ เรียน ๆ ไป ก็เบื่อ อยากมาทำงาน
    แต่ตอนนี้ อยากกลับไปเป็นเด็กเหมือนเดิม
     
    ไม่ใช่ว่าอยากขอเงินพ่อแม่ มาเรียน ๆ เล่น ๆ นะ
    แต่เบื่อสังคมผู้ใหญ่ เบื่อหน้ากากแก้ว หนาเป็น สิบ ๆ ชั้น
    เมื่อวานได้กลับไปเล่นกับคนอายุไล่เลี่ยกัน
    คุยกันขำ ๆ ฮา ๆ ... คุยเรื่องงาน ก็ยังฮา ๆ แซวได้ เล่นได้ ด่ากันได้
    ทำไมต่างกันขนาดนี้หล่ะเนี้ย หรือเพราะภาษาคอมเหมือนกัน เออ อาจเป็นได้
     
    อาจจะคิดผิดก็ได้ ที่ตัดสินใจ ที่จะอยู่ เพราะความจริง เราไม่ได้เหมาะกับที่นี่ซักนิด
     
    สุดท้าย ผลที่ได้ก็คือ....ลูกพระนางคนนี้ คิดถึงแม่ที่สุด และคิดถึงทุก ๆ วัน
     
    06 June

    ร่ำรวย จริงหรือ??

    มหาเศรษฐีเกือบจะชราผู้หนึ่งสุดแสนจะภูมิใจที่ลูกชายวัยห้าขวบของเขา
    ที่กำลังจะได้ เข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งระดับเศรษฐีอย่างพวกเขาเท่านั้น
    ถึงจะมีปัญญาส่งลูกหลานเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้
    แต่โดยส่วนตัว ของเขาเองแล้ว
    ก็อยากจะสอนให้ลูกชายได้รู้จักกับชีวิตจริงในโลกนี้ควบคู่ไปกับการสอนทฤษฏีในโรงเรียนด้วย
    ดังนั้นในวันหยุดนี้เขาจึงได้ตระเวนพาลูกชาย คนเดียวของเขา
    ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ที่ลูกชายยังไม่เคยได้ไป
    และแล้ววันหนึ่งเขาก็คิดถึงหัวข้อการสอนเรื่อง ?ความยากจน?
    เพราะเขามีความเชื่อว่าลูกชายของเขาคงไม่มีวันได้รู้จักแน่นอน
    เขาจึงพาลูกชายไปเยี่ยมครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง และพักอยู่กับชาวนาเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน
    เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ของเขาในวันต่อมา มหาเศรษฐีได้ทดสอบว่า
    ลูกชายได้อะไรบ้างจากการไปพักแรมกับชาวนาผู้ยากจนบ้าง
    ลูกชายตอบคำถามผู้เป็นบิดาว่า
    เขาขอขอบคุณเป็นอย่างมากที่ได้พาเขาไปพบกับชาวนา และพักแรมที่นั่น
    ซึ่งทำให้เขาได้พบว่า....
     
    ชาวนามีที่ทำงานเป็นท้องนาที่กว้างใหญ่ ในขณะที่พ่อมีเพียงห้องสี่เหลี่ยม ที่ว่ากว้าง
    แต่ก็ยังน้อยกว่าห้องทำงานของชาวนา
     
    อาหารที่ชาวนารับประทาน สามารถหาได้ตลอดเวลารอบๆ บริเวณบ้าน โดยไม่ต้องซื้อหา
    ในขณะที่บ้านของเรามีตู้เย็นเท่านั้น ที่เป็นที่เก็บอาหาร
     
    เวลารับประทานอาหารก็มีเพื่อนคุยอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน ตามประสาพ่อแม่และลูก
    ในขณะที่ตัวเองนั้นต้องนั่งทานอาหารกับโต๊ะอาหาร ที่ยาวเกือบสิบเมตร และมีเก้าอี้ว่างเปล่าทั้งสองด้าน
     
    ลูกชาวนาที่ซ้อนท้ายจักรยานของพ่อเขาต้องกอดเอวพ่อให้แน่น เพื่อจะได้ไม่ตก จากจักรยาน
    แต่ตัวเขาเองนั้น ต้องนั่งในรถที่ใหญ่โตอยู่ข้างหลังเพียงลำพังโดยมี คนขับรถพาไปทุกที่ๆ ถูกกำหนดไว้แล้ว
     
    ชาวนามีแสงดาวแสงจันทร์เป็นโคมไฟส่องสว่างตลอดเวลา ในเวลากลางคืนโดยไม่ขาดแคลน
    แต่เขาก็มีเพียงแสงจากโคมไฟที่ต้องซื้อด้วยเงิน .........
     
    ชาวนามีรั้วบ้านเป็นแม่น้ำภูเขาที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
    แต่เขาเองกลับมีเพียงแค่กำแพงบล๊อคในพื้นที่ไม่กี่ไร่
     
    ลูกชาวนาได้มีเพื่อนเล่นเป็นจิ้งหรีดหิ่งห้อยนับร้อยนับพัน
    แต่เขาเองกลับไม่มีใครเลย
     
    ผมขอขอบคุณพ่ออีกครั้งที่ทำให้ผมได้รู้คำตอบว่า
     
    .....จริงๆ แล้ว....... พวกเรายากจนกว่าชาวนามาก ....
     
    Credit ... เมลล์ดี ๆ จากเพื่อนเหน่ง
    อ่านหลายครั้งและ แต่ความประทับใจไม่เคยลดลง
    21 May

    รวมพล ลูกพระนาง 01

    May,19 2007
     
    นับตั้งแต่งานบวชผู้ชายคนสุดท้ายของห้องเป็นต้นมา
    การรวมพลของเพื่อน ๆ ก็กระปริดกระปรอยเหลือทน
    แล้วอยู่มาวันนึง เนื่องด้วย ข้าพเจ้าจะลากไอ่กบมาใช้เยี่ยงทาส
    ไอ่กบก็เกิดความคิดดี ๆ (ซึ่งร้อยปีจะมีซักหนอ่ะนะ ... - -")
    เออ เด๋วกูชวนเพื่อน ๆ ไปเที่ยวกันต่อ อ้าว ๆ เอากะมาน
     
    แล้วก่อนวันนัดหมาย 1 วัน ไอ่กบก็โทรมาบอกว่า
    เฮ้ยมึง เพื่อนไปเพียบ ... เหอ ๆ กูไม่เชื่อมึงหรอก สตอแน่ ๆ
    นัดบ่าย 2 ก็ไปถึงซะ 4 โมงเย็น ก็กลัวไปแล้วเหงาจายอ่ะนะ
    แต่ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนอ้อย ที่ทำให้หิริโอตัปปะ ของข้าพเจ้าหายไป
    หลังจากมา delay กันแค่เสี้ยววินาที ... ว้า 5 5 5 5
     
    พอรวมพลได้ครบ ก็ไปไหว้แม่กันก่อน
    ระหว่างนั้นเห็นนุ้ยเช็ดน้ำลายเล็กน้อย พร้อมส่งสายตาหวานซึ้ง
    อ่อ หันไป รุ่นน้องหนุ่ม ๆ นี่เอง อ้าวน้อง ๆ เอ้ย ใครมีอนาคตรีบหาที่กำบังโลดดดดดดด...
    พอไหว้แม่กันเรียบร้อย ก็เสวนาหน้าตึกให้พอเมื่อย ๆ ก่อนลากสังขารไปเรียก TAXI ประตูหลัง
    มุ่งหน้าหาอะไรอุ่น ๆ กระแทกปากซักเล็กน้อย ...
     
    กุง: โห เยอะมากเลยอ่ะ จะกินหมดเหรอ
    ..... ไม่ถึง 1 นาทีให้หลัง ......
    ต้น: กุงยังจำภาพมะกี้นี้ได้มะ
    กุง:  - -"
     
    หลังจากอิ่มท้องกันเรียบร้อย ก็ไปบริหารลูกคอกันซะหน่อย
    ประชันกันเต็มที่โดยมีคะแนนเป็นตัวประนามความสามารถ
    หมอวิ ฟันธง เครื่องนี้โกงแน่ ๆ เสียงฉันอ่ะ เบนซ์ยังอายนะยะ
    แรก ๆ ก็เขิน ก็อาย ม่าย ๆ ไม่เอา ๆ หลัง ๆ ไมค์อยู่ไหนฟะ เอาม้า ๆๆๆๆๆๆๆๆ
    สำหรับการรวมพลครั้งแรก ซัดไปเบาะ ๆ 2 ชั่วโมง เบียร์ 2 เหยือก Pepsi 2 เหยือก
    หลังจากนั้นก็แวะเสริมสวยกันเล็กน้อยก่อนสลายม๊อบ
     
    ขอขอบคุณไอ่กบ ที่ ไปช่วยงานบวชกะกูตั้งแต่เช้า,
    รูดการ์ด พร้อมจ่ายส่วนต่าง, โทรนัดเพื่อนรวมพล และค่า TAXI ขามา
     
    แล้วเจอกันใหม่ เมื่อชาติต้องการ ... โย่ว ๆ
     
     
    เก๋: remote คาราโอเกะ ใช้งานยากกว่าใช้คอมเขียน Java
    กานต์: บาเทนเดอร์ไม่จับไมค์ (ชั่วโมงแรก...)
    นุ่น: อ่อ S A P กะ Sap เนี้ย ตัวเดียวกัน
    อ้อย: คราวหน้าอย่ามาสายนะอ้อย รู้เปล่า ...
    นุ้ย: เป็นเชี่ยอะไรกัน .... เอ่อ แม่พิมพ์ของชาติ
    วิ: เครื่องนี้ มันโกง แน่ๆ โกงชัวร์ ๆ
    มัย: รู้จักกันมั้ย ... ต่าย อรมัย
    ต้น: คราวหน้า ทวงเงินคืนจากไอ่กบ 100 นะ ... เหอ ๆ
    จอย: เบียร์ตรงหน้า มือขวาจับไมค์ โอ้ว...ไม่อยากจะเชื่อ
    กบ: นี่หรือ เงาเสียง ไอซ์ ของกู ...  
    กุง: บัตรลด คาราเกะ หมดเดือนหน้าเน้อออ ...
     
     
    ปล. ไว้อาลัย แด่รถของไอ่ต่าย เอ่อ ตรา ViOs กูว่า คงหาไม่เจอและหล่ะ ... - -"