Ai_Gung's profileน้ำตกแม่กลอง กับคลองทวี....PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    29 July

    Nana 2

     
    ฉันเคยคิดมาตลอดว่าชีวิตคนเรา คือการต้องว่ายทวนกระแสน้ำเชี่ยว
    แต่ว่า....
    การปล่อยให้ตัวเราถูกน้ำพัดพาไป ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
    ถ้าหากมัน จะพาเรา เคลื่อนตัวไปข้างหน้า....
     
    Nana 2
    ขอบคุณฝน ที่ทำให้เจ้ได้ดูนะ
    ดูแล้ว อยากหาการ์ตูนมาอ่านซะและ...เหอ ๆ
    16 July

    สิ่งดี ๆ แค่มาช้า ไม่ใช่ไม่มา...

    ก็อ่าน blog เจ้ปุ๊ก มานานและ อ่านมาตั้งแต่ เรื่องเก่าก่อนจนบัดนี้ แต่ก็ไม่เคยเม้นซะที
    เรื่องก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้เม้นต์อะไร เพราะตัวเป็น ๆ ไปอยู่ใกล้ๆ ถึงที่
     
    แต่ตอนนี้ ก็ไม่ได้เจอเลย ห่าง ๆ กันไป
    (ก็เจ้ดันหนีความเจริญ ไปมีที่ทำงานอยู่ข้างคอนโดสบายใจเชิบ ... อิจฉา อิจฉา)
    แหม แต่ห่างกันแค่ไหน เทคโนโลยี ก็ช่วยได้ เรายังคงเมาส์กัน
    เป็นคลื่นเสียง เป็นตัวอักษร หรือบางที ก็แวะไปอ่าน blog เฉพาะกิจ อยู่บ่อย ๆ
    แล้ววันนึง อ่านแล้วก็...เออ ท่าทางจะเหนื่อย ๆ นะนั่น
    ก็เลยฝากอักษรเลือด (ดูมันเว่อร์) เตือนความมันส์แบบ ไร้ข้อจำกัด ของเจ๊ซะหน่อย
    คำไม่กี่คำ ก็สื่อกันได้แบบว่า ไม่ต้องอธิบาย ... (สมกับที่ผ่านร้อนผ่าหนาวกันมา)
     
    แล้วพอกลับไปอ่านอีกที
    เราก็เป็นสิ่งดี ๆ ในชีวิตเจ้ไปซะและ (ปลื้มนะเนี้ย)
    โห ไม่ได้มาช้าซะหน่อยนิ ก็ไม่ได้หายไปไหน
    ยังอยู่ข้าง ๆ คอยกวนโอ้ย กวนใจ อยู่ออกจะบ่อย
    แหม ๆ ยังกะเจ้ไม่ใช่ ... อะโด่ ๆ ไม่บอก เพราะว่าเขินหรอกน่า
    อยู่ ๆ เกิดพูดขึ้นมา เด๋วก็หาว่าบ้า... ผีเข้าเหรอ แล้วก็ขำซะ
     
     
    ไม่เคยบอกว่า รัก แต่ รักอ่ะ ... ^^v
     
    ปล. เพื่อนแท้ ใช้ความจริงใจซื้อได้เท่านั้น อาจมีแค่คนสองคน
    แต่ความจริงใจ มากมายกว่าคนผ่านไปผ่านมาเป็นล้านคน.........แหวะ เลี่ยนตัวเอง จังฮู้... เอิ๊ก ๆ
     
    04 July

    TAXI เก่า ๆ

    เรื่องนี้เป็นเพราะความบังเอิญที่บ่ายวันนั้นฝนตก ตัวเองก็รีบจะไปเจอเพื่อนที่รออยู่บีทีเอสหมอชิต
    ตัดสินใจรีบวิ่งขึ้นแท็กซี่ที่จอดเรียงกันอยู่โดยไม่มองว่ารถคันนั้นมีสภาพยังไง
    เข้ามานั่งแล้วถึงได้รู้ว่าเป็นรถแท็กซี่รุ่นเก่า
    (คันเล็ก แอร์ไม่เย็น แล้วก็จะมืดๆหน่อยอ่ะค่ะ คือมองจากข้างนอกจะเห็นข้างในไม่ค่อยชัด)
    ตอนนั้นก็คิดแค่ว่า เออ แค่นี้เอง เดี๋ยวก็ถึงร้อนหน่อยไม่เป็นไร
     
    นั่งไปได้สักพัก รถติด คุณลุงคนขับรถก็หันมาถามประมาณว่ามีแบงค์ย่อยรึเปล่า
    ลุงไม่มีเงินทอน "นี่เป็นรอบแรกของวันนี้เลย"
    เราเห็นว่าตอนนั้นมันจะสี่โมงเย็นแล้ว แต่ลุงบอกว่าเป็นเที่ยวแรกของวันนี้
    ก็เลยถามว่า "ลุงเข้ากะบ่ายหรือคะ?"
    คุณลุงตอบกลับว่า "ลุงขับมาตั้งแต่ตีสี่แล้ว นี่รถของลุงเอง วนไปวนมาอยู่หลายรอบแล้วแต่ไม่มีลูกค้าเลย"
    "อ้าว ทำไมล่ะคะลุง"
    ตอนนั้นก็ชวนคุณลุงคุยแบบไม่ได้ติดใจอะไร ถามไปเรื่อย
    "รถลุงเก่า คนเค้าก็ไม่อยากนั่ง แต่ลุงเข้าใจนะ
    มันก็เป็นเงินของเค้า รถเก่า รถใหม่ ค่าโดยสารมันเท่ากัน
    เป็นลุงลุงก็อยากได้ที่มันดีๆเหมือนกัน เด็กๆเดี๋ยวนี้เค้าก็ชอบรถที่มีสีๆกัน"
     
    น้ำเสียงคุณลุงตอนนั้น เป็นน้ำเสียงเหมือนจะขำๆ
    แบบเล่าสู่กันฟังมากกว่าจะประชดประชันนะคะ
    แล้วลุงก็เปลี่ยนเรื่อง ถามว่า "รถไฟฟ้านี่ เค้าคิดเงินกันยังไง"
    ก็เลยอธิบายเรื่องราคาให้ลุงฟัง แล้วลุงก็ถามว่าทำยังไง
    ถ้าทำไม่เป็นจะมีใครช่วยไหม "ลูกชายลุงมันอยากจะลองนั่ง แต่ลุงก็ทำไม่เป็น
    ไม่เคยเห็นว่าเป็นยังไง ไม่กี่วันจะถึงวันเกิดมันแล้ว
    ลุงสัญญาว่าจะพามันมานั่งดูสักรอบ คงจะชอบนะหนู
    ลุงเคยพามันมาดู แต่วันนั้นไม่มีเงินจะให้นั่ง"
    สมัยนั้น บีทีเอส สร้างเสร็จและเปิดใช้งานแล้วเกือบสามปี
    น้ำเสียงตอนคุณลุงเล่า ฟังดูมีความสุขนะคะ คุณลุงยิ้มให้เราทางกระจก
    คำพูดของคุณลุง ทำให้เราตื้อขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี
    ได้แต่พยักหน้าแล้วก็ยิ้มตอบ กับทั้งสองเรื่องที่ลุงพูดมา
    เรื่องรถแท็กซี่เก่าของลุง เราฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆให้ลุงไป
    เพราะเราเองก็รู้ตัวดีอยู่ว่า เป็นหนึ่งใน"เด็กๆเดี๋ยวนี้"
    ที่มักจะเลี่ยงนั่งรถเก่าๆและมักจะยอมเสียเวลาเป็นครึ่งชั่วโมงเพื่อรอรถแท็กซี่ใหม่ๆผ่านมา
    เรารู้ดีว่าแม้แต่การนั่งรถของคุณลุงในครั้งนี้ มันก็เป็นแค่ความบังเอิญ
    ถ้าฝนไม่ตก ถ้าเราไม่รีบ เราก็คงไม่เรียกรถของคุณลุง
    หลังจากนั้นเราก็คิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลที่เราสามารถ
    เลือกในสิ่งที่เราต้องการได้แต่ถ้าสิ่งที่เราเลือกทำมันมีประโยชน์กับคนอื่นด้วย
    เราก็ไม่คิดว่ามันจะเสียหายอะไร (แท็กซี่ใหม่ก็ไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะในจำนวนนั้นก็มีคนที่ลำบากหาเช้ากินค่ำเช่นกัน)
    ส่วนเรื่องรถไฟฟ้า เรื่องของลูกชายคุณลุง ทำให้เรากลับมามองตัวเอง
    เราใช้รถไฟฟ้าไปไหนมาไหนตลอด บางครั้งไม่มีอะไรทำก็ชอบไปนั่งเล่นด้วยซ้ำ
    จะใช้ทีก็แทบจะไม่ต้องคิดเลย
     
    แต่สำหรับลูกชายคุณลุง มันคือ "ของขวัญวันเกิด"
    เป็นความต้องการที่แทบจะต้องใช้คำว่า "ความฝัน" ด้วยซ้ำ
    เงิน "แค่" สิบห้าบาทของเรา กับ เงิน "ตั้ง" สิบห้าบาท ของเค้า หดหู่ค่ะ
    วันนั้นลงจากรถคุณลุงมาก็เล่าให้เพื่อนฟัง
     
    คิดถึงตัวเองที่ใช้เงินฟุ่มเฟือย ทั้งที่หาเงินเองไม่ได้
    คิดถึงหลายๆอย่างในชีวิต ที่ได้มาง่ายๆโดยไม่ต้องดิ้นรน
     
    Forward Mail : เพื่อนเหน่ง
    อ่านแล้วอึ้งเลยหล่ะ ถึงจะเหมือนว่าเมลล์ขาดไปตอบจบ
    แต่ก็อยากให้ได้อ่านนะ เผื่อจะทำให้คิดกันได้บ้าง ไม่มากก็น้อย