Ai_Gung's profileน้ำตกแม่กลอง กับคลองทวี....PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
30 October นิยามคำว่า .. อย่า ..อย่ารอคอยให้ได้รับรอยยิ้ม แล้วจึงทำดี
อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักให้ผู้อื่น
อย่ารอคอยจนกลายเป็นคนโดดเดี่ยว แล้วจึงเห็นคุณค่าของเพื่อน
อย่ารอคอยให้ได้งานที่ดีที่สุด แล้วจึงเริ่มทำงาน
อย่ารอคอยให้มีมาก ๆ แล้วจึงเริ่มแบ่งปันเพียงน้อยนิด
อย่ารอคอยจนพบความล้มเหลว แล้วจึงจดจำคำแนะนำของผู้อื่น
อย่ารอคอยจนพบเนื้อคู่ แล้วจึงเชื่อในคำอธิษฐาน
อย่ารอคอยให้มีเวลา แล้วจึงทำประโยชน์
อย่ารอคอยให้คนอื่นเจ็บปวดเสียก่อน แล้วจึงขอโทษ
อย่ารอคอย.... เพราะคุณไม่รู้ว่า มันจะต้องใช้เวลานานเท่าใด.... 23 October จงรัก และ ภักดีเรามีเรื่องของคู่รัก 2 คู่มาเล่าให้ฟัง...
ทั้ง 2 คู่ต่างก็เป็นคู่รักที่รักกันมาก ดูแลเอาใจใส่และเข้าอกเข้าใจกันมานาน 7-8 ปี
เป็นคู่รักที่คนรู้จักต่างแน่ใจว่า อีกไม่นานคงได้ยินข่าวดีจากคู่รัก 2 คู่นี้แน่ ๆ
แต่แล้ววันนึงก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันขึ้นกับคู่รักทั้ง 2 คู่
เมื่อฝ่ายชายก็ได้พบใครใหม่ที่คิดว่า “ใช่” มากกว่า
ผู้หญิงคนใหม่ที่สวยกว่าและมีเสน่ห์มากกว่า ฝ่ายชายตัดสินใจคบดูใจด้วย
โดยที่ยังไม่เลิกกับคู่รักเดิม ยิ่งคบเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่
ผู้หญิงคนใหม่ที่คบกันมา 2-3 เดือน กับคนรักคนเดิมใน 7-8 ปีที่ผ่านมา
เริ่มถ่วงดุลน้ำหนักที่เท่ากันบนตาชั่งการตัดสินใจของเขา
ทายสิว่า ชายทั้งคู่เลือกใคร.........
เขาทั้งคู่เลือกผู้หญิงคนใหม่
สิ่งที่ผู้ชายทั้งคู่ต่างหยิบยกมากล่าวก็คือ คนรักคนเดิมที่เคยคบด้วย
มีอะไรบางอย่างที่เขาไม่ค่อยชอบใจ อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวบางประการ
แต่ในขณะที่คบกันมานั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาพอรับได้
เมื่อเทียบกับความดีอื่น ๆ ที่เธอทำให้เขา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักอย่างหมดใจที่เธอมีให้เขา
แต่วันนึงที่พบผู้หญิงคนใหม่อะไรที่เคยทนได้ก็กลับทนไม่ได้ขึ้นมา
โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงคนใหม่ไม่ได้มีข้อเสียในจุดนั้นเหมือนคนรักเก่า
แต่ข้อแตกต่างอยู่ที่...ผู้ชายคนที่ 1 ถูกคนรักของเขาจับได้เองว่า
เขามีผู้หญิงคนใหม่ และเมือเขาบอกว่า เขาเลือกผู้หญิงคนใหม่
เขาให้เหตุผลว่า “เขาดีกว่าคุณทุกอย่าง เขาคอยดูแลผม เขาเข้าใจผม
(และที่สำคัญเขาสวยกว่า และใหม่กว่าคุณด้วย)”
ส่วนผ้ชายคนที่ 2 ... เลือกที่จะสารภาพกับคนรักว่า
“ผมเป็นคนผิดเองที่นอกใจคุณ แต่คนที่ผมเลือกเป็นเขา ขอโทษนะ ผมผิดเอง ขอโทษจริง ๆ”
ถามคุณว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างการปฏิบัติของผู้ชาย 2 คนนี้...แบบไหนที่ดูเป็น “ลูกผู้ชาย” มากกว่ากัน
แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้ามีทางเลือก...ผู้หญิงเราคนไม่เลือกสักทางจริงไหม
เพราะถ้าเราเลือกได้จริง ๆ เราก็ขอเลือกให้เขามีเราคนเดียวมากกว่า
เราเชื่อว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่ (อาจจะไม่ทุกคน...แต่เชื่อว่าเป็นจำนวนมาก)
ต้องการมากที่สุดในการตัดสินใจที่จะรักและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับใครสักคนแล้ว
ก็คือความ “จงรัก” และ “ภักดี”
คุณทมยันตี เคยกล่าวถึงคำทั้ง 2 คำไว้ และเราสรุปเป็นใจความได้ว่า
“จงรัก” อาจจะมากมายในวัยหนุ่มสาว อาจจะร้อนแรง
อาจท่วมท้นในยามแรกรัก แต่วันนึงอาจจะจืดจางได้ตามกาลเวลา
แต่คนรักคู่ใด ๆ ในโลกก็มักเริ่มชีวิตคู่ด้วยคำ ๆ นี้ แต่ “ภักดี” นั้นชั่วชีวิต
ความจงรักหรือความรักนั้น เราเชื่อว่ามันไม่เข้มข้น ร้อนแรงตลอดไปก็จริง
แต่มันคงเหลืออวลไอเป็นใยบาง ๆ ไว้ตราตรึงใจบ้างกระมังในยามที่เราหวนนึกถึงมัน
แต่การที่คนสองคนอยู่กันมานานแสนนานขนาดนี้ ย่อมต้องมีความผูกพัน
ความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจซึ่งกันและกันบ้างไม่มากก็น้อย
สิ่งที่เราเห็นจากคู่รักทั้ง 2 คู่ก็คือ ฝ่ายชายหมดความ “จงรัก” ลงไป
แต่ความรู้สึกอื่น ๆ ล่ะ ความผูกพันของคนสองคน ความเห็นอกเห็นใจ
ความเข้าอกเข้าใจที่เคยมี มันไม่เหลือพอที่จะผูกใจเขาให้อยู่กับเราแล้วหรือ
คู่รักทั้ง 2 คู่ เป็นคู่ที่เรารู้จักดีทั้ง 2 คู่ ตอนที่เขารักกัน เขาก็รักกันมาก เขาดูแลกันเป็นอย่างดี
ตอนนี้เมื่อถึงจุดแตกหัก เราพอรู้ว่าฝ่ายหญิงจะเป็นอย่างไร
พอเข้าใจว่าผู้หญิงที่รักและภักดีต่อฝ่ายชายแต่เพียงผู้เดียวจะรู้สึกอย่างไร
ผู้หญิง 1 ใน 2 คนนี้บอกกับฝ่ายชายตอนที่เขามาขอเลิกว่า
“ไม่เป็นไร ฉันจะอยู่กับคุณก่อน จะอยู่ดูแลคุณอีกสักพัก
เพราะตอนนี้ คนรอบข้างคุณและเพื่อน ๆ ของเราไม่ค่อยมีใครอยู่ข้างคุณแล้ว
พอเพื่อน ๆ ของเรายอมรับผู้หญิงคนใหม่ของคุณได้แล้วฉันก็จะไป”
แต่ฝ่ายชาย เราไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะคิดอย่างไร
อาจจะกำลังวางแผนสร้างอนาคตที่สดใสกันอยู่
เขาอาจจะมีความรักที่รุ่งโรจน์กว่าที่ผ่านมาก็เป็นได้
เราก็หวังไว้แต่ว่าวันนึง เขาคงจะไม่เจอคนที่ “ใช่” มากกว่าอีก
เพราะนั่นหมายถึง ผู้หญิงที่ต้องเสียใจเพิ่มขึ้นอีก 2 คน
ถ้าเราคิดจะมองหาคนที่ถูกใจคนที่ “ใช่” คุณเชื่อไหมว่า เราหาได้เกือบชั่วชีวิต
แต่คนที่จะตรงใจคุณจริง ๆ 100% นั้น ไม่มีหรอก
นอกจากคุณจะหยุดคิดสักนิดว่า อะไรในชีวิตที่คุณต้องการ
อะไรเป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่ากัน มนุษย์เรา หากจะรักและคิดจะใช้ชีวิตร่วมกันใคร
ก็คงจะต้องการเพียงแค่ “เพื่อนคู่ชีวิต” สักคน
คนที่อยู่กับเราเสมอไม่ว่ายามทุกข์ยากลำบาก หรือผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน
คนที่มองเห็นข้อเสียและข้อผิดพลาดของคุณ แต่ก็ยังรักและยังอภัยให้คุณได้เสมอ
คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณแม้คุณจะกลายเป็นตาแก่หัวล้าน พุงยาน หนังเหี่ยว
เขาก็พร้อมที่จะแก่เฒ่าไปพร้อมกันคุณ
แต่คนที่ว่ามานี้ คุณมักลืมเขาในยามที่คุณยังมีความสุขอยู่ ใ
นยามที่ชีวิตของคุณยังเป็น “ผู้เลือก” ที่ถูกห้อมล้อมด้วยผู้ถูกเลือกได้อยู่
ในยามที่คุณยังมีหน้าตา มีเครื่องประกอบชีวิตที่เป็นที่สนใจจากคนเหล่านั้นอยู่
คุณอาจจะต้องนึกถึงเขาอีกที ในยามที่คุณไม่มีใครแล้ว
ในยามที่คนที่คุณคิดว่า “ใช่” เขาก็ไปกับคนใหม่ที่เขาก็คิดว่า “ใช่” มากกว่าคุณเหมือนกัน
By: Mail from Meng
22 October แค่ใส่ใจ IIผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...ทุก ๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด.... เธอเหลือบมองกระดาษที่ ผมร่างขึ้น...แล้วฉีกมันทิ้ง...มันทำให้ผมรู้สึก เจ็บปวดมากขึ้น...ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน...ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...สำหรับผมแล้ว...การ ร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่ยยความสับสนของตัวผมเอง...
หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม..ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ เสียทีคืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ..ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า...เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...แต่เธอต้องการให้ผมให้ เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..เธอไม่อยากให้ ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะ มาถึง...
รัชต์..คุณจำได้มั้ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรง จำที่ดีที่สุดของชั้น...ชั้นมีเรื่องขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน ผม ยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดี ๆ เหล่านั้น...และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี
ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข....ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม... เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้... คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง.... เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือ แล้วพูดด้วยความดีใจว่า ว้าว... วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...
ผมขับรถ ไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น
ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่อง เล็กๆน้อยๆ เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่น ๆ อีกมากมาย...
ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย... ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่ สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้... ลูกของเราร้องขึ้นว่า พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วนะ...สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็น ภาพที่เขามีความสุขที่สุด....เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริง ๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย
และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก......เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เฒ่า...ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า.. ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน...ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..ผมลังเลเล็กน้อย..แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้....เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า เจน..ผมขอโทษ... ผมจะไม่หย่า....เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม.. คุณสบายดีหรือเปล่า เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ... ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่ได้ หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่... เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....
ระหว่างทาง กลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้.... พนักงานขาย ดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร....ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่ แค่ใส่ใจ Iถึงคนที่แต่งงานแล้วและยังไม่ได้แต่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมาก ลองอ่านและซึมซาบความรู้สึกอย่างช้า ๆ
“ เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป.... เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป ”
ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม เธอเขินอายในอ้อมแขนผม ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก... นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัด ๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น... ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน... ทุก ๆ เช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก... แต่แล้ว ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....
เจน เข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน... เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก... ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคน ถวิลหา... คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม... ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า วันที่ คุณประสบความสำเร็จ ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา... ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่าผมกำลัง ทรยศภรรยาผม... แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว.... ผมปลีกตัวออกจากเจน “ วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันนะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ ” ... แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะ ไปด้วยกัน...
ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม....ทั้งที่จริง ๆ แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม.... ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด... เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน... จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก... ทุก ๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการ ทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน... หรือ... ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์.... มองเรือนร่างอันงดงามของเจน... ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง
วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังไงถ้าเราหย่ากัน... เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอ มั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...ผม นึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง... เธอจะเป็นอย่างไร วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี... พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลั่ก... เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ.... เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ กับพนักงานทุกคน....แต่ผมก็สังเกตเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอนะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า.... ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..ผมมีอะไรจะบอกคุณ... เธอนั่งทานอาหารอย่าง เงียบ ๆ...ผมสังเกตเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก...แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...ผมย้ำกับ เธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น... เธอร้องไห้ อย่างหนัก... ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงาน ของเรา...แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ...ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก... ผู้ชายที่ไม่อ่อนโยน แต่แสนจะอ่อนโยนมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้ .. และเล่าเรื่องๆราวต่างๆให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งฟัง เธอเล่าเรื่องน่าเศร้าไปพร้อมกับน้ำตาของเธอ เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆเด็กผู้หญิง .. รับฟังเรื่องราวต่างๆ แล้วเขาก็เงียบ .. เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งร้องไห้มากขึ้นเรื่อยๆ .. เรื่อยๆ จนเด็กผู้ชายพูดขึ้นมาว่า “เธอจะร้องอะไรกันนักหนา ยัยบ้า” เรื่องแค่เล็กน้อยแค่นี้ เธอถึงกับต้องเสียน้ำตามากขนาดนี้เชียวเหรอ เด็กผู้หญิงเลยพูดขึ้นว่า .. “ก็เธอน่ะมันคนใจร้าย เธอจะไปเข้าใจอะไรล่ะ” “เวลาที่ฉันมีปัญหา .. เวลาที่ฉันเสียใจ .. พอฉันบอกให้เธอฟัง เล่าให้เธอฟัง เธอกลับหาว่าฉันบ้า” “เธอไม่เคยเข้าใจฉันเลย” “เธอมันเป็นผู้ชายที่ไม่มีความอ่อนโยน..” “ทำไมน๊ะ เวลาที่ ฉันร้องไห้ .. ทำไม .. ทำไมเธอไม่เคยคิดจะพูดปลอบใจฉันบ้าง .. ทำไมเธอชอบว่า ฉันนัก .. หรือว่า แค่นี้ฉันยังเสียใจไม่พอ .. ต้องให้เธอมาทำให้ฉัน ยิ่งทรุดหนักลงใช่มั้ย” เด็กผู้ชายคนนั้นได้แต่ .. นิ่งเงียบ .. ในใจของเด็กผู้ชายคนนั้นได้แต่คิดว่า .. “เธอมันยัยโง่” ในใจของเด็กผู้ชายคนนั้นมีคำถามมากมาย .. คำถามเป็นร้อยๆพันๆคำถาม ที่อยากจะเอ่ยถามเด็กผู้หญิงคนนั้น แต่เด็กผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยจะเอ่ยถามแม้สักคำ .. เธอไม่เคยรู้หรอกเหรอว่า เวลาเธอน่ะร้องไห้ “ฉันแทบจะเป็นบ้า” เธอไม่เคยรู้หรอกเหรอว่า .. เวลาเธอเศร้า “ฉันเศร้ายิ่งกว่า” แล้วเธอไม่รู้หรอกเหรอว่า .. คนที่มันทำเธอร้องไห้ “ฉันอยากจะกระทืบมันให้ตาย” นี่เธอไม่เคยรู้จริงๆเหรอว่า .. “ฉันรักเธอมากแค่ไหน” เธอไม่รู้หรือไงน๊ะยัยโง่ ว่า .. “ฉันน่ะปลอบเธอไม่เป็น” ฉันรู้นะ .. ถ้า ฉันปลอบเธอ “เธอจะดีขึ้น” ... แต่ ... ฉันก็ไม่ทำ ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า .. ฉันไม่อยากเห็นเธออ่อนแอ ฉันอยากเห็นเธอเข้มแข็ง และลุกขึ้นมาสู้กับปัญหาด้วยตัวของเธอเอง .. ถึงแม้ว่า .. เธอ จะมองว่าฉันเป็นคนใจร้าย .. ฉันก็ยอม ฉันอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่อ่อนโยน แสนดี .. ฉันอาจไม่ใช่คนที่เธอต้องการยามเศร้า .. ฉันอาจไม่ใช่ .. ใครคนนั้น .. สำหรับเธอ .. ถึงเธอจะโกรธ จะเกลียดฉัน .. แต่อยากให้ไว้นะว่า “ผู้ชายที่ไม่อ่อนโยนคนนี้ก็รักเธอ” น่าเศร้าใจนัก ที่เด็กผู้หญิงคนนั้น .. ไม่มีทางรู้เลยว่า ความไม่อ่อนโยนที่เด็กผู้ชายคนนึงมอบให้ ... กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยน .. ถ้าเด็กผู้หญิงคนนั้นรู้สักนิดว่า .. เด็กผู้ชายคนนั้นรักเค้าแค่ไหน “เรื่องนี้มันคงไม่เป็นแบบนี้” อย่ามองแค่การกระทำภายนอกของเขา แต่ลองมองลึกถึงหัวใจ .. แล้วคุณจะรู้ว่า ใครบางคนที่คุณ ..คิดว่า ไม่อ่อนโยนเอาซะเลย .. เค้าคนนั้นอาจจะ .. แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่เต็มเปี่ยม จงอย่ามองด้วยตา แต่มองด้วยใจ .. เพราะสิ่งที่ดีๆบนโลกใบนี้ซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะหามันเจอรึเปล่า .. 04 October เหตุผล ของคนเปลี่ยนเมลล์ ... - -"เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู ว่าทำไมถึงลุกมาเปลี่ยนเมลล์ซะงั้น
มีผู้หวังดีให้การกับสื่อมวลชนไปต่าง ๆ นา ๆ ว่า เปลี่ยนหนีหนี้บ้าง หนีโจทก์บ้าง
ที่หนักข้อสุด ๆ ก็ มีคดีกับทาง hotmail เนื่องจากส่งสารไปเมกา ตามคนล้างรถกลับบ้าน
อ้าว ๆ ว่ากันปาย ๆ จะปล่อยไว้ก็กลัวจะร้ายแรง จนต้องตั้งคณะสอบกัน
ก็เลยแถลงข่าวกันซะเลยดีก่า คนดังอ่ะนะ ต้องทำใจ ๆ
ก็คืองี้อ่ะ จริง ๆ แล้ว คือว่า..เอ่อคือ..คือ...ลืมพาสครับท่านผู้ชม
ก็แบบว่า เมื่ออาทิตย์ก่อน โดนลักลอบเข้าเมลล์โดยใครก็ไม่รู้
ด้วยความปราดเปรื่องเหลือทน ก็เลยเปลี่ยนพาสซะ
แล้วก็สั่ง msn ลูกรัก จำแทนแม่เน้ออ เปิดเครื่องปุ๊ป ก็ sign in ให้เสร็จสรรพ
พอมี program จำให้ ก็เลยลืมออกจากสารบบ บวกกับอาชีพ admin
เปลี่ยนพาสทุก ๆ 2 อาทิตย์ ตาม Policy เพื่อป้องกันการเจาะข้อมูล
แหม สมองรอยหยักแทบจะนับได้ขนาดนี้ ก็เลยจำแม่นซะ
สุดท้ายเมื่อวาน ดันไปเช็คบล๊อกผิดซะงั้น ไอ่พาสจุด ๆ ดำ ๆ เลยหายไปทั้งยวง
พอจะใส่ใหม่ อ้าวอะไรหล่ะ ... เหอ ๆ ลืม กำแท้ บอกแล้วอย่าแก่ไม่เคยฟัง
ก็เลยเป็นเหตุให้มาโผล่ที่ mail นี้แทน
เป็นความเอ๋อส่วนบุคคล มิควรลอกเลียนแบบ ... อย่างยิ่ง
จบแถลงการณ์ ..... เอ่อ จะว่าไปอายแฮะ .......v(- -")
ปล... เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ คนใดที่ได้เข้ามาอ่าน ก็อย่าลืมประจารต่อให้คนอื่นรู้กันเน้ออ
แล้ว add มาประนามเป็นการติดตามผลด้วยนะ จะได้อายอย่างทั่วถึง .... เอิ๊ก ๆ .... ~(^^~)(~^^)~ |
|
|