Ai_Gung's profileน้ำตกแม่กลอง กับคลองทวี....PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    23 January

    เมื่อเราเลิกกัน...Part II

     
    ขั้นตอนต่อไป เมื่อคุณเริ่มสนุกกับชีวิตได้โดยไม่มีเค้าแล้ว
    และเมื่ออารมณ์คุณปกติมากพอ สิ่งที่ควรจะทำต่อไปก็คือ
    คุณควรกลับมามองตัวเอง...ว่าทำไมเค้าถึงได้เลิกลา
    ถ้ามองแล้วมองอีกว่า ผิดที่มัน เพราะมันเจือกไปเจอคนใหม่เข้า งั้นก็ปล่อยไปเลย
    อย่าไปนั่งคิดให้ปวดหัว ว่าคนนั้นดีกว่าฉันตรงไหน ยังไง ให้มันเสียเวล่ำ เวลา
    แล้วมา สร้างคุณค่าในตัวเองให้มากขึ้น เปิดใจเรียนรู้กับการอยู่โดยไม่มีแฟน
    สร้างความน่าคบหาสมาคมให้กับตัวเอง และคุณจะพบว่า
    การเป็นคนที่มีเพื่อนหรือคนที่รักเราเยอะแยะ ดีกว่าการมีแฟนงี่เง่าคนนึง มากมายเหลือเกิน
    และอาจจะแถมมาด้วย คนที่หลงรักในเสน่ห์ของคุณอย่างหัวปลักหัวปลำก็ได้...
     
    แต่ถ้ามองแล้ว ดันพบว่า เอ่อ... ฉันผิดเองนี่หว่า ที่กดดันเค้ามากเกินไป
    ไม่ว่าจะเป็นเพราะฉันกลายร่างเป็นแม่เค้าไปซะแล้ว หลังจากที่เค้าขอเป็นแฟนด้วย
    หรือเพราะฉันเป็นแมงหวี่ ที่คอยตามเช็ค ตามบ่น อยู่ข้างหูเค้า ในทุกการกระทำ จนน่ารำคาญ
    หรือฉันเข้าไปริดรอนอิสระภาพในชีวิตเค้า หรือครอบครองซะจนล้ำเส้น
    (ตามหลักจิตวิทยา : ความต้องการของจิตใจขั้นพื้นฐานของมนุษย์ คืออิสรภาพหล่ะ)
     
    อันนี้ก็ปรับปรุงตัวซะใหม่ จำสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นบทเรียน
    การครอบครองหรือคบหากับแฟนของเรา อย่ามองว่า เค้าเป็นของฉัน
    หรือฉันก็โดนเธอทำแบบนี้เหมือนกัน ทำไมฉันทนได้แล้วเธอทนไม่ได้
    หรือมองว่า ถ้าเป็นฉัน ฉันจะไม่โมโห หรือไม่โกรธ ในสิ่งที่ฉันทำกับเธอลงไป
    อย่าลืมว่า คนแต่ละคนไม่เหมือนกัน เติบโต และถูกเลี้ยงดูมาต่างกัน
    การเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา บางที ก็อาจไม่ได้ช่วยให้เราแก้ปัญหาได้
    เพราะเรามองจากมุมของเรา หรือมองจากความเป็นตัวเรา
     
    สำหรับเรานะ การมองในมุมของเค้า แก้ปัญหาได้มากกว่า
    คน 2 คน ที่คบกันมา ก็น่าจะรู้จักกันมากพอ ที่จะคิดในสถานการณ์และนิสัยแบบเค้าได้
    เมื่อเราคิดแบบเค้า เราก็จะรู้และเข้าใจในเค้า และปลอบโยนหรือชี้แนะได้อย่างถูกต้อง
    และเมื่อคุณทำได้เช่นนั้น คุณก็จะไม่ได้เป็นแค่แฟน แต่เป็นเสมือนเพื่อนคู่คิดของเค้า
    ลองคิดดูซิ ว่าถ้าคุณเป็นทั้งแฟนที่แสนจะเข้าใจ และเป็นเพื่อนคู่คิดที่ดีเนี้ย
    อะโห... 2 in 1 เชียวนะ แล้วเค้าจะต้องไปหาใครเพิ่มในชีวิตอีกหล่ะ
     
    และที่สำคัญ ความคาดหวัง เป็นสิ่งที่ทำลายความรักได้ดีที่สุด
    ไม่ว่าจะคาดหวังด้วยความคิดเราเอง หรือการเป่าจากคนรอบข้าง
    เมื่อเราคาดหวัง ถ้าเค้าทำตามที่เราหวัง ก็ดีปายยย แต่ถ้าไม่หล่ะ เหอ ๆ ๆ
    ถ้าเค้าไม่ได้ทำอย่างที่เราคาดหวังไว้ เราก็จะรู้สึกไม่ดี ไม่พอใจ
    แล้วก็พาลไปว่า เค้าไม่เข้าใจ ไม่เอาใจใส่ หรือไม่ก็กดดันให้ทำตามใจเรา
    ทั้ง ๆ ที่เค้าอาจได้ทำอย่างอื่นให้หลาย ๆ อย่าง ในสไตล์ของเค้า
    แต่เราเองมองเห็นเพียงความต้องการของเราเอง ที่เราวาดภาพไว้ต่าง ๆ นา ๆ
    และสุดท้าย เราก็จะสูญเสีย ความรู้สึกดี ๆ ที่จะได้จากสิ่งที่เค้าตั้งใจทำให้
    พอมานึกได้ทีหลัง หรือตอนที่เค้าบอก เราก็รู้สึกได้แค่...
    ความเสียดาย ที่มองข้ามสิ่งเหล่านั้นไปเท่านั้นเอง...
    หรือถ้าบ่อยครั้ง เราก็อาจสูญเสียอีกครั้ง แล้วก็กลับไปอ่าน Part I อีกที ....
     
    By...ข้าพเจ้าเอง บรรเลงเรื่อยเปื่อย .. (^^)V
     
    ปล. เอ่อ ข้าน้อยมิได้อกหักแต่ประการใดนะครับผม ยังรักกันหวานชื่นเช่นเคย...
    แค่เขียนออกมาจากประสบการณ์การเป็นศิราณีให้เพื่อนพ้อง
    ...อย่ามาพูดให้กำลังใจกันจิ เด๋วเป็นลาง ... v(- -")
    22 January

    เมื่อเราเลิกกัน...Part I

     
    จะเถียงเรากันมั้ยนะ ว่าทุกคนบนโลกนี้ ใคร ๆ ก็อยากมีแฟนกันทั้งนั้น
    คนที่ไม่มี ก็มองคนที่เค้ามีแล้วรักกันด้วยดี ด้วยความอิจฉา อยากมีกะเค้าบ้าง
    แต่พอมีเข้าจริง ๆ บางคนก็เบื่อ เข้ากันไม่ได้ แล้วสุดท้ายก็เลิกลากันไป
    หลังจากเลิกลา สิ่งที่ตามมาก็คือความเจ็บปวด ความคิดถึง ความเสียดาย
    และสุดท้ายพออยู่คนเดียว ก็เกิด...ความเหงา....
     
    ความเหงาทำอะไรเราได้บ้าง...???
    ความเหงา ทำให้เวลายาวนานขึ้น ทั้ง ๆ ที่ชั่วโมงนึง ก็ยังมี 60 นาทีเหมือนเคย
    ความเหงา ทำให้อากาศหนาวผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนถีบผ้าห่มไปอยู่ปลายเตียง
    ความเหงา ทำให้กลางคืนยาวนานเกินไป ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อน เห้ยไรฟะ เช้าแล้วเหรอ ยังง่วงอยู่เลย
    ความเหงา ทำให้ห้องกว้างขึ้น ทั้งที่เราก็ยังอยู่ห้องเดิม ที่เคยบ่นเสมอ ว่าเล็กจนไม่มีที่จะวางของ
    ความเหงา ทำให้ที่ ๆ มีผู้คนมากมาย กลายเป็นทุ่งโล่ง ๆ ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนทั้งร้อนทั้งเบียด
    ความเหงา ทำให้เพื่อนเป็นฝูงของเรา ที่เมาส์กันสนั่น กลายเป็นเพียงเสียงที่ลอยมาตามลม
    สุดท้ายก็สรุปง่าย ๆ ว่าความเหงาคือต้นเหตุของอาการมีที่ว่างในชีวิตมากขึ้น จนมากเกินไป
     
    แล้วเราควรทำไงดีอะเหรอ...??
    เท่าที่เราจะคิดได้นะ อาการเหงาเนี้ย มันก็จะกำเริบ
    เพราะเราคิดถึงตอนที่เรามีแฟนนั่นหล่ะ
    ประมาณว่า ปกติฉันอยู่กับเค้านะ เวลาทำนั่น เวลาทำนี่
    พอคิดถึงตอนนั้น ผู้คนรอบกาย ก็หายไปในพริบตา
    กลายเป็นภาพว่าง ๆ ที่ไม่มีเค้าคนนั้นเหมือนเคย
    เพราะฉนั้นที่ข้าง ๆ ตัวเราก็เลยว่างขึ้น และกว้างขึ้นอย่างมากมาย
     
    คำเตือน ๆ การคบคนใหม่ ระหว่างที่เรายังคงป่วยด้วยอาการเหงาเนี้ย
    ผิดอย่างร้ายแรง...เพราะเราจะมองว่า เค้าดีเหลือเกิน ดีเหลือหลายกับสิ่งที่เค้าทำให้
    แต่จริง ๆ แล้ว ในความดีนั้น อาจมีอะไรแอบแฟง หรือไม่เราก็มองเว่อร์ไปเอง
    บางคนอาจเถียงว่า เค้าอาจจะเป็นคนที่ใช่ ที่เข้ามารักษาแผลใจของฉัน
    อ่ะ อันนี้ก็ไม่เถียง แต่คนที่ใช่ น่าจะรอคอยเวลา ที่คุณอารมณ์ปกติได้
    เราไม่ได้บอกว่า ให้คุณตัดเค้าออกไป แต่ให้คุณชะลอเวลาการตัดสินใจ คบเค้า
    แล้วดูแลหัวใจตัวเองให้หายดี จนเข้มแข็งได้ เสียก่อนตะหาก...
    เพื่อไม่ให้คุณกลับเข้าวัฏจักรของการรักแล้วเลิกลาอีก ก็ให้ช้า ๆ จายเย็น ๆ แล้วจะดีเอง... Q(^๐^)
     
    ถ้าหากความคิดของเราถูกต้องอ่ะนะ
    เราก็ได้รับรู้สาเหตุของความเจ็บปวดที่เกิดหลังจากการเลิกลาเรียบร้อยแล้ว
    งั้นมาหาวิธีบำบัดกันดีกว่า....
     
    เริ่มจากหาอะไรทำ ให้จิตไม่วุ่นวาย เช่นอ่านหนังสือ ดูทีวี
    หรือทำงานบ้าน ... เช็ดฝุ่น เติมแจกัน ล้างจาน และจัดห้องนอนให้มันดูใหม่ ... ล้าลา...
    อ่ะ อันนี้จะดีมาก ๆ นะคะ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย เพราะความสะอาดจะตามมา
     
    ต่อไป ก็เริ่มมองผู้คนรอบตัวให้เห็นคุณค่าในตัวเค้า หรือสิ่งที่เค้าทำ
    งงมะสำหรับความหมายของข้อนี้...??
    ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ไม่น่าคบเอาซะเลยเนี้ย เพื่อนคุณก็คงได้รับรู้ถึงการเลิกลาของคุณใช่มะ
    แล้วเค้าก็คงพยายามปลอบใจ ด้วยวิธีต่าง ๆ นา ๆ ทั้งวาจา ทั้งการกระทำ
    ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนแท้ เพื่อนรักด้วยละก้อ สารพัดวิธี ที่จะขนมาทำให้
    แต่คุณในตอนนั้น ไม่ได้มองเห็นสิ่งเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ
    คุณจะมองว่า อุ้ย ที่ตรงนี้ ฉันเคยมาสวีทกับเค้า แต่ก่อนฉันทำแบบนี้กับเค้า
    แทนที่จะเป็นใครก็ไม่รู้ที่พามา... เอ่อ ลืมไปหรือเปล่าหล่ะนั่น ว่าคุณมากับเพื่อนที่แสนจะเป็นห่วงเป็นใย
    เพราะฉนั้น เราแนะนำว่า จงสนุกไปกับเพื่อน ๆ ซะ ใส่ใจกับการกระทำที่เค้าสรรหามาเพื่อเรา
    รับรู้ว่า พวกเค้ารักคุณแค่ไหน อย่ามองว่า น่ารำคาญจริง จริ๊งงงงง ฉันอยากอยู่คนเดียว...
    เพราะการอยู่คนเดียว มันทำให้คุณคิดไม่ออกแม้กระทั้ง คำว่ารำคาญ ด้วยซ้ำ
    แต่คุณจะคิดได้เพียง ฉันผิดตรงไหน ฉันไม่ดี หรือที่ร้ายกว่านั้น ก็ฉันจะแก้แค้นมัน...แล้วก็สวมบทนางร้ายกันไป
    แล้วสุดท้าย เพื่อนที่พยายามอย่างสุดกำลัง ก็จะพูดคำว่า ปล่อยมันอยู่คนเดียวไปเหอะ...
    แล้วคุณก็จะสูญเสียความหวังดีของเพื่อน ๆ และคนรอบกายของคุณไป...
    to be Continue.....
    18 January

    อุปสรรค

     
    ภาระคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เมื่อเทียบกับปูเสฉวนตัวเล็ก ๆ
    ที่ต้องทนแบกเปลือกหอยหนักกว่าตัวมันถึง 5 เท่า ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
     
    เพชร คือ ถ่านไม้ที่ถูกกดดันเป็นเวลานานหลายล้านปี
    ถ้าไม่ถูกกดดันก็จะกลายเป็นแค่ซากพืชธรรมดา
     
    ไข่มุก เป็นมะเร็งของหอยชนิดหนึ่ง อันเกิดจากสิ่งแปลกปลอมเล็ดลอดเข้าไปในตัว
    แต่มันก็ต่อสู้จนชนะและได้สิ่งที่มีค่ากลับมา
     
    คนมองโลกในแง่ดี มักหัวเราะเพื่อลืมเรื่องเศร้า แต่คนมองโลกในแง่ร้ายมักลืมหัวเราะ
     
    คนมองโลกในแง่ร้าย คือ ผู้ที่เห็นความยุ่งยากในทุกโอกาส
    ขณะที่คนมองโลกในแง่ดี จะเห็นโอกาสในทุกความยุ่งยาก
     
    รองเท้าใหม่ ใคร ๆ ก็อยากมีและเสียใจที่ไม่มี จนได้เห็นคนที่ไม่มีแม้กระทั่งเท้า
     
    อุปสรรค เป็นได้ทั้งบันไดให้ก้าวขึ้นไป หรือเป็นภูผาที่ขวางกั้น ขึ้นอยู่กับว่าเรามองจากมุมไหน
     
    ความสุขมีมากเพียงไรขึ้นอยู่กับว่า มีความทุกข์มาเปรียบเทียบมากแค่ไหน
     
    ไม่ว่าจะเป็นชีวิตใด ๆ ล้วนแล้วแต่มีคุณค่า
    ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่ตัวใหญ่เท่าช้าง หรือชีวิตตัวเล็กเท่าแล็คโตบาซิลัส
    ก็คือหนึ่งชีวิตเท่าเทียมกัน ล้วนมีคุณค่าต่อการดำรงอยู่ไม่ต่างกัน....
     
    Forward mail from : น้องเพื่อน
    13 January

    คำขวัญวันเด็ก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

    คำขวัญวันเด็ก เป็น คำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดยคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยที่จอมพล ป.พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตั้งแต่ พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้คุณค่าความสำคัญของเด็ก จึงมอบคำขวัญให้เป็นข้อคติเตือนใจสำหรับเด็กปีละ 1 คำขวัญ (ก่อนถึงวันเด็กแห่งชาติ) นายกรัฐมนตรีสมัยต่อมา จึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

    สำหรับ คำขวัญวันเด็กตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  มีดังนี้ค่ะ

    พ.ศ. 2499 - จอมพล ป.พิบูลสงคราม : จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม

    พ.ศ. 2502
    - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ : ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
    พ.ศ. 2503 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ : ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
    พ.ศ. 2504 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ : ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
    พ.ศ. 2505 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ : ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
    พ.ศ. 2506 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ : ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด

    พ.ศ. 2507 : ไม่มีคำขวัญ เนื่องจากงดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

    พ.ศ. 2508 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี
    พ.ศ. 2509 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี
    พ.ศ. 2510 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย
    พ.ศ. 2511 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง
    พ.ศ. 2512 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
    พ.ศ. 2513 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
    พ.ศ. 2514 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
    พ.ศ. 2515 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
    พ.ศ. 2516 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ

    พ.ศ. 2517 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ : สามัคคีคือพลัง
    พ.ศ. 2518 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ : เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี

    พ.ศ. 2519 - หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช : เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้

    พ.ศ. 2520 - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร : รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย

    พ.ศ. 2521 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ : เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
    พ.ศ. 2522 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ : เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
    พ.ศ. 2523 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ : อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย

    พ.ศ. 2524 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
    พ.ศ. 2525 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
    พ.ศ. 2526 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
    พ.ศ. 2527 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
    พ.ศ. 2528 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
    พ.ศ. 2529 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
    พ.ศ. 2530 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
    พ.ศ. 2531 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

    พ.ศ. 2532 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ : รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
    พ.ศ. 2533 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ : รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
    พ.ศ. 2534 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ : รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา

    พ.ศ. 2535 - นายอานันท์ ปันยารชุน : สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม

    พ.ศ. 2536 - นายชวน หลีกภัย : ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
    พ.ศ. 2537 - นายชวน หลีกภัย : ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
    พ.ศ. 2538 - นายชวน หลีกภัย : สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

    พ.ศ. 2539 - นายบรรหาร ศิลปอาชา : มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด

    พ.ศ. 2540 - พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ : รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด

    พ.ศ. 2541 - นายชวน หลีกภัย : ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
    พ.ศ. 2542 - นายชวน หลีกภัย : ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
    พ.ศ. 2543 - นายชวน หลีกภัย : มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
    พ.ศ. 2544 - นายชวน หลีกภัย : มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย

    พ.ศ. 2545 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร : เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
    พ.ศ. 2546 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร : เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
    พ.ศ. 2547 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร : รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน
    พ.ศ. 2548 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร : เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
    พ.ศ. 2549 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร : อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด

    พ.ศ. 2550 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ : มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข

    Credit By www.kapook.com

    10 January

    คุกกี้ 1 ห่อกับการตัดสินคน

     
    ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดีคนนึง
    เธอจำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมงในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง
    เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม และคุ๊กกี้ 1 ห่อ
    และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลา
    เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ
    เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอ มีชายหนุ่มคนนึง ซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา
     
    สักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ
    ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจากถุง ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง แล้วกินมันทีละชิ้น
    เธอมองด้วยความโกรธแต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ
    เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา
     
    ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป
    เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า
     
    "ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย"
     
    ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น
    ทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย
    เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร
    ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น
    ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น
    เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า
     
    "เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆ ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ"
     
    เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง
    ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม
    ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว
    เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า
    ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ เธอตกใจมาก ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่
    ก็แปลว่า.....คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน
    เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม
    แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม
     
    ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง
     
    ...เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง...
     
    มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า
     
    "สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น
    และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย"
     
     ..........นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น
    หลาย ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี
    แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า ...
     
    ..."เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง? เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่"...
     
    เมลล์ดี ๆ จาก น้องกี๋ Com15
    02 January

    +++...สวัสดีปีใหม่ครับผม...+++

    ล่าช้าไปซักหน่อย หล่ะมั้งเนี้ย แต่มาช้ายังดีก่าไม่มาเนอะ ๆ ... ><"
     
    สวัสดีปีใหม่นะครับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน
    ขอให้พรประการใด ที่ท่านอธิษฐานไว้ สมปรารถนา
    ขอให้แข็งแรง สมบูรณ์ โรคภัยไม่มี หุ่นดี สวย ๆ หล่อ ๆ
    และก็สุดท้าย ร่ำรวย ๆ กันทั่วหน้าเน้ออออ ....
     
     
     
    ปล. ขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนที่ส่ง SMS มาอวยพร
    และก็ขอบคุณนะจ๊ะยอด คิดถึง ๆ ๆ ๆ ๆ ....